
บทสรุป 10 ปี "เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน" ไปต่อหรือพอแค่นี้
8 เมษายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สำหรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รัฐบาลได้เริ่มดำเนินงานพัฒนาใน 10 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย ประกอบด้วย จังหวัดตาก สระแก้ว มุกดาหาร ตราด สงขลา หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี นราธิวาส และเชียงราย โดยมีเป้าหมายกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชนจัดระเบียบความมั่นคงชายแดน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดยใช้ประโยชน์จากการเป็นช่องทางการค้าชายแดนที่สำคัญของประเทศ การตั้งอยู่บนแนวระเบียงเศรษฐกิจสำคัญของประเทศในภูมิภาค และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้การสนับสนุนในด้านสิทธิประโยชน์การลงทุน การจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านการบริหารจัดการแรงงาน และการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร
เช่นเดียวกับการจัดหาพื้นที่พัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการลงทุน โดยแต่ดั้งเดิมมีคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน แต่ต่อมาได้รับการยกเลิกไปโดยคำสั่งหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 และปัจจุบันได้มีคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) เป็นกลไกในการดำเนินงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2564
สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน
สำหรับการให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพิ่มเติม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2566 เป็นต้นไป และวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป ซึ่งเพิ่มเติมกิจการเป้าหมาย จากเดิม 13 กลุ่มกิจการ 72 ประเภทกิจการ เพิ่มเป็น 13 กลุ่มกิจการ 88 ประเภทกิจการ เหมือนกันในทั้ง 10 เขต
ทั้งนี้ผู้ที่เข้ามาลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุด ซึ่ง 17 ประเภทกิจการที่เพิ่มขึ้น ครอบคลุมทั้งด้านการผลิตการท่องเที่ยวและบริการ และเป็นกิจการที่สอดคล้องกับศักยภาพและโอกาสของพื้นที่และสถานการณ์การพัฒนาในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนหรือการผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ กิจการศูนย์การแพทย์กิจการผลิตอาหารทางการแพทย์ กิจการบริการด้านแพทย์แผนไทย กิจการบริการแก่ธุรกิจสร้างภาพยนตร์ และกิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นต้น เพื่อดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น
มูลค่าการลงทุน รอบ 10 ปี
จากข้อมูลของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานข้อมูลการลงทุนของภาคเอกชน และของการนิคมอุตสาหกรรม ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการเมื่อปี 2558 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 หรือครบรอบ 10 ปีของการพัฒนานโยบายดังกล่าว พบว่ามีมูลค่าการลงทุนเอกชนและ กนอ. ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวม 54,006.77 ล้านบาท ประกอบด้วย
- การลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ และลงทุนแล้ว 90 โครงการ วงเงิน 26,412.39 ล้านบาท ในประเภทกิจการต่าง ๆ ทั้ง เสื้อผ้าสำเร็จรูป พลาสติก อาหารสัตว์ยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน อุปกรณ์ก่อสร้าง โรงพยาบาล ถุงมือยางทางการแพทย์ (จากโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด 127 โครงการ วงเงิน 30,807.29 ล้านบาท)
- โครงการลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่พัฒนาซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด กาญจนบุรี และนครพนม รวม 5,106.02 ล้านบาท
- การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วและสงขลา รวม 5,731.21ล้านบาท (เฉพาะเงินลงทุนของ กนอ.และการลงทุนของภาคเอกชนในนิคมฯ)
- การจัดตั้งธุรกิจใหม่ 8,429 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 16,125.55ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็น SMEs สูงถึง 98% มีประเภทกิจการต่าง ๆ ทั้ง ก่อสร้างอาคารทั่วไป โลจิสติกส์ ผลิตเสื้อผ้า อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ผลิตไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากไม้แปรรูป
- การจัดตั้งเขตปลอดอากรในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก หนองคาย และสงขลาและคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก มุกดาหาร สงขลา หนองคาย และเชียงราย วงเงินรวม 510 ล้านบาท ซึ่งขอรับสิทธิประโยชน์ของกรมศุลกากร
- การให้สินเชื่อของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank)เพื่อการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย สงขลา ตาก และหนองคาย รวม 121.60ล้านบาท
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 10 ปี
ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ใน 10 พื้นที่ ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แม้วาครอบคลุมทั้งในด้านการคมนาคมขนส่งระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปการ การพัฒนาด่านพรมแดน ด่านศุลกากร การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามแผน แต่ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการดำเนินงานเฉลี่ย 90% เท่านั้น โดยมีโครงการสำคัญที่แล้วเสร็จ และจะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 2562-2569 ดังนี้
โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ :
- ทางหลวงหมายเลข 12 ตาก-แม่สอด (แล้วเสร็จทั้งเส้นในปี 2562)
- อาคารท่าอากาศยานแม่สอด (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2562)
- สะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 (เปิดใช้งานแล้วในปี 2562)
- ด่านศุลกากรและระบบอำนวยความสะดวกการผ่านแดน เช่น ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2562)
- ด่านพรมแดนแม่สอดแห่งที่ 2 (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี2562)
- ด่านบ้านพุน้ำร้อน (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563)
- อาคารที่ทำการด่านศุลกากรเชียงแสนแห่งใหม่และสิ่งปลูกสร้างประกอบ (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563)
- การต่อเติมความยาวทางวิ่งสนามบินแม่สอดให้สามารถรองรับเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น Boeing 737 (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี2564)
- ทางหลวงหมายเลข 3 ตราด – หาดเล็ก ตอนแยก ต.ไม้รูด – บ.คลองจาก (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี2565)
- ทางหลวงหมายเลข 1021 อ.เทิง – อ.ดอกคำใต้ ตอน อ.เชียงคำ – อ.เทิง (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566)
- ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกด่านศุลกากรคลองใหญ่ (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566)
- ทางหลวงหมายเลข 4 – ด่านสะเดาแห่งที่ 2 (ตอนที่ 1) (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566)
- โครงการเพิ่มหม้อแปลงด่านนอกในพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดาจ.สงขลา (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566)
- ถนนแยก ทล.4 – ด่านสะเดา แห่งที่ 2 (ตอนที่ 2) (ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567)
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
- ทางเลี่ยงเมืองหนองคายตอนที่ 1 (ด้านตะวันออก) (คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2568)
- ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี (คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2568)
- ศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม (คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2568)
- ถนนสาย มห. 3019แยก ทล. 212 –อ.เมือง จ.มุกดาหาร (ตอน 2) (คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2568)
- ด่านศุลกากร อรัญประเทศ (บ.หนองเอี่ยน) ด่านศุลกากรแม่สอด แห่งที่ 2 (คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2569)
การจัดหาพื้นที่รองรับการลงทุน
ส่วนการจัดหาพื้นที่พัฒนา เพื่อนำร่องการลงทุนในแต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ล่าสุดมีรายละเอียดดังนี้
สระแก้ว : ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ปัจจุบันมีนักลงทุนเข้าใช้พื้นที่แล้วประมาณ 25 ไร่ คิดเป็นสัดส่วน 6%
สงขลา : กนอ. ก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ระยะที่ 1 แล้วเสร็จ ปัจจุบันมีนักลงทุน เข้าใช้พื้นที่ดำเนินกิจการแล้ว 69%
ตราด : ปัจจุบันเอกชนผู้เช่าพื้นที่พัฒนาอยู่ระหว่างปรับแผนการดำเนินงาน เพื่อเริ่มการก่อสร้างตลาดการค้าชายแดน และในระยะต่อไปจะพัฒนาเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวนานาชาติและบริการการค้าระหว่างประเทศครบวงจร
นครพนม และกาญจนบุรี : ปัจจุบันเอกชนผู้เช่าพื้นที่พัฒนาอยู่ระหว่างเตรียมการเข้าใช้พื้นที่ เพื่อพัฒนาด้านอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และโลจิสติกส์ กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พาณิชยกรรม ศูนย์กระจายสินค้า SMEs OTOP และอุตสาหกรรมทั่วไป
ตาก หนองคาย และมุกดาหาร : กรมธนารักษ์เตรียมเสนอแนวทางการบริหารจัดการที่ราชพัสดุต่อ กพศ.
อย่างไรก็ดีในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ทั้ง 10 พื้นที่ทั่วประเทศนั้น จะดูเหมือนว่ายังไม่ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้มากนัก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ยังเป็นพื้นที่ทางเลือกในการรองรับการลงทุนเชื่อมโยงระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนแนวทางการพัฒนาต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อก็คงต้องรอความชัดเจนในระดับนโยบายต่อไป
