นายธีระชัย อดีต รมต.  เตือนนายกฯ หยุดขายฝันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แนะเร่งแก้ปัญหาปากท้อง-รื้อโครงสร้างผูกขาด

นายธีระชัย อดีต รมต. เตือนนายกฯ หยุดขายฝันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แนะเร่งแก้ปัญหาปากท้อง-รื้อโครงสร้างผูกขาด

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เตือนนายกฯ หยุดขายฝันนโยบายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แนะเร่งแก้ปัญหาปากท้อง-รื้อโครงสร้างผูกขาด

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐฝ่ายเศรษฐกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่พรรคพลังประชารัฐ ถึงกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โปรโมทนโยบาย “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ว่า เป็นการนำเสนอนโยบายที่มองแต่ด้านบวก ไม่ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมแนะนำให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและรื้อโครงสร้างธุรกิจผูกขาดเพื่อคืนกำไรให้ประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่า

นายธีระชัยระบุว่า กรณีศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้านในอินโดจีนและฟิลิปปินส์ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีธุรกิจกาสิโน แต่ประชาชนไม่ได้ร่ำรวยขึ้นเหมือนสิงคโปร์ เพราะความสำเร็จของธุรกิจกาสิโนขึ้นอยู่กับระดับธรรมาภิบาลของประเทศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา ทางการไทยสามารถติดตามเส้นทางการโอนเงินเพื่อปราบปรามคอร์รัปชันและอาชญากรรมทางการเงินได้ แต่หากมีคาสิโนจริง อาจส่งผลให้การตัดตอนเส้นทางการเงินผิดกฎหมายทำได้ยากขึ้น กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศ.

นายธีระชัยยังกล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยินดีสนับสนุนศูนย์บันเทิงขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับจัดแสดงสินค้า การประชุม หรือคอนเสิร์ตระดับโลกในรูปแบบ “ดูไบโมเดล” ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาธุรกิจกาสิโนเป็นหลัก

 

สุดท้าย นายธีระชัยย้ำว่า รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและรื้อโครงสร้างธุรกิจผูกขาด เพื่อกระจายผลประโยชน์สู่ประชาชนอย่างแท้จริง มากกว่าการนำเสนอนโยบายที่อาจสร้างความเสี่ยงและยังไม่มีหลักประกันความสำเร็จในบริบทของประเทศไทย

“นายกฯ ควรเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจแทนขายฝันกาสิโน เพราะประชาชนขณะนี้ฐานะกรอบไปหมดแล้ว รัฐบาลควรเน้นรื้อโครงสร้างธุรกิจผูกขาดเพื่อคืนกำไรให้ประชาชนผู้บริโภคและเปิดที่ยืนให้แก่พ่อค้ารายย่อยให้มากขึ้นจะดีกว่า"

นายธีระชัย กล่าว

ความเห็น

สรุปความติดเห็นประชาชนต่อ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์”

ฝ่ายที่เห็นด้วย

  • ผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาล มีประชาชนแสดงความเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ถึง 80% จากผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า 71,000 คน โดยฝ่ายสนับสนุนให้เหตุผลว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน เพิ่มการลงทุน และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
  •  รัฐบาลยืนยันว่ากาสิโนจะเป็นเพียงส่วนหนึ่ง (ไม่เกิน 10%) ของโครงการ โดยเน้นการลงทุนเพื่อการท่องเที่ยวและกิจกรรมบันเทิงอื่น ๆ เช่น สวนน้ำ ศูนย์ประชุม คอนเสิร์ต และกีฬา ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศประสบความสำเร็จ

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย

  • ผลสำรวจ “นิด้าโพล” พบว่า ประชาชนร้อยละ 59.16 ไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์และกาสิโน ขณะที่ร้อยละ 28.93 เห็นด้วยทั้งสองเรื่อง และอีกร้อยละ 8.63 เห็นด้วยเฉพาะสถานบันเทิงครบวงจรที่ไม่มีกาสิโน
  • กลุ่มที่คัดค้านมีทั้งองค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาการ ผู้นำศาสนา และกลุ่มการเมือง โดยให้เหตุผลว่า
  • กังวลปัญหาการพนัน ธุรกิจสีเทา อาชญากรรม การฟอกเงิน และผลกระทบต่อเยาวชนและศีลธรรมของสังคม\
  • เห็นว่าร่างกฎหมายมีช่องโหว่ ขาดมาตรการป้องกันผลกระทบ ขาดความโปร่งใส และเร่งรีบผลักดันโดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
  • มีเสียงจากกลุ่มศาสนาอิสลามและองค์กรศาสนาอื่น ๆ ที่เห็นว่าขัดต่อหลักศาสนาและอาจกระทบวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • เครือข่ายภาคประชาสังคมกว่า 100 องค์กร ยื่นหนังสือคัดค้านต่อรัฐสภา พร้อมเตรียมรวบรวมรายชื่อเพื่อขอจัดประชามติในประเด็นนี้