ปิดฉาก 'ซินเคอหยวน' คู่ชิงเบอร์ 1 เหล็กไทย สะดุดเกณฑ์มาตรฐานโรงงาน

ปิดฉาก 'ซินเคอหยวน' คู่ชิงเบอร์ 1 เหล็กไทย สะดุดเกณฑ์มาตรฐานโรงงาน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การเข้ามาลงทุนของบริษัทเหล็กจีนในไทยช่วงที่ผ่านมา ได้นำเทคโนโลยีเตาหลอมแบบอินดักชั่นที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยผู้ผลิตเหล็กจีนได้มีบทบาทในการผลิตเหล็กทรงยาวมากขึ้น เช่น เหล็กเส้น เหล็กรูปพรรณ ซึ่งเป็นเหล็กที่มีความต้องการใช้สูงในประเทศ แต่ก็พลาดตกม้าตายด้วความไม่ได้มาตรฐานทั้งในการผลิตและการจัดการด้านความปลอดภัย ซึ่งก่อให้เกิดไปหาเกิดขึ้นกับทั้งอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การก่อสร้าง

บริษัทเหล็กจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยได้นำเทคโนโลยีเตาหลอมแบบอินดักชั่น (Induction Furnace) ซึ่งสร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในจีนแล้ว ผู้ผลิตเหล็กจีนมีบทบาทสำคัญในการผลิตเหล็กทรงยาว เช่น เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ ซึ่งมีความต้องการสูงในไทย แต่กลับพบปัญหาด้านมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัย ส่งผลเสียต่อทั้งอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การก่อสร้าง

เมื่อปี 2566 บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด สร้างความฮือฮาให้กับอุตสาหกรรมเหล็กไทยด้วยการประกาศลงทุนเพื่อสร้างกำลังการผลิตสูงที่สุดในไทย ซึ่งจะทำหลายเป็นผู้ผลิตเหล็กที่มีกำลังการผลิตสูงสุดในไทย ทิ้งห่างบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ที่มีกำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน 4.0 ล้านตันต่อปี ในขณะที่บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ G Steel มีกำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อน 1.8 ล้านตันต่อปี

หากพิจารณาการตั้งโรงงานผลิตเหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน จำกัด พบว่า จดทะเบียนวันที่ 23 ก.พ.2554 ทุนจดทะเบียน 1,530 ล้านบาท โรงงานตั้งอยู่ที่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยข้อมูลในช่วงเดือน ก.ย.2567 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบข้อมูลโรงงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมกำลังการผลิต 12.09 ล้านตันตันปี ประกอบด้วย

  1. โรงงานที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีโรงงานเหล็กลวด กำลังการผลิต 2.28 ล้านตันต่อปี และโรงงานเหล็กแผ่นรีดร้อน กำลังการผลิต 5.6 ล้านตันต่อปี
  2. โรงงานที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แล้ว มีโรงงานเหล็กแผ่นรีดเย็น กำลังการผลิต 0.45 ล้านตันต่อปี , โรงงานเหล็กเคลือบ กำลังการผลิต 2.03 ล้านตันต่อปี และโรงงานเหล็กท่อ กำลังการผลิต 1.7 ล้านตันต่อปี
  3. โรงงานที่อยู่ระหว่างขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มีโรงงานเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (Welded H, I Beam) กำลังการผลิต 0.03 ล้านตัน

ทั้งนี้ หากดูโครงสร้างการผลิตเหล็กของบริษัทซิน เคอ หยวน จำกัด ถือว่ามีการผลิตเหล็กค่อนข้างหลากหลายในกลุ่มเหล็กกลางน้ำ ทั้งเหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เหล็กลวด เหล็กเคลือบ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ  ซึ่งแตกต่างจากบริษัทเหล็กไทยที่จะผลิตเหล็กไม่กี่ชนิด

 

 

ในขณะที่ SSI ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของไทยผลิตเหล็กในกลุ่มกลางน้ำเช่นกัน แต่ผลิตเฉพาะเหล็กรีดร้อนเพียงอย่างเดียว เช่น เหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้าง เหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับงานทั่วไป เหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับงานท่อชุบสังกะสี เหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับงานโครงสร้างรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับต้านทานการกัดกร่อน เหล็กแผ่นรีดร้อนสำหรับภาชนะบรรจุก๊าซ

การดำเนินธุรกิจของบริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด นอกจากจะได้รัรบการจับตามองจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยที่มีความกังวลต่อการเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานเหล็กของบริษัทจีนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่การเข้ามาของบริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด มีการเดินหน้ายื่นขออนุมัติอนุญาตหลายรายการต่อเนื่อง เช่น ขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ขออนุมัติส่งเสริมการลงทุน ขออนุญาตผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)

บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ถูกจับตามองเมื่อเดือน มี.ค.2567 โครงการก่อสร้างโรงงานเหล็กใน ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เกิดอุบัติเหตุเครน 20 เมตร ถล่มลงมาทับผู้ทำงานในพื้นที่ก่อสร้างเสียชีวิต 7 ราย ซึ่งทำให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เริ่มถูกร้องเรียนและตรวจสอบทั้งสภาพการจ้างงาน สิทธิแรงงาน ความปลอดภัยในสถานประกอบการ

สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานเหล็กดังกล่าวเป็นโครงการใหญ่ที่ประกอบด้วยอาคาร 6 หลัง ในพื้นที่ 1,000 ไร่ เพื่อสร้างโรงงานเหล็กลวด กำลังการผลิต 2.28 ล้านตันต่อปี และโรงงานเหล็กแผ่นรีดร้อน กำลังการผลิต 5.6 ล้านตันต่อปี

หลังจากนั้นในปีเดียวกันช่วงเดือน ธ.ค.2567 เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้จากการรั่สไหลของถังก๊าซ LPG ของโรงงานเหล็กบริษัท ซิน เคอ หยวน จำกัด ในเขตประกอบการอุตสาหกรรม WHA อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โดยมีต้นเหตุจากการรั่วไหลของถังก๊าซขนาด 110,000 ลิตร เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ซึ่งมีสาเหตุมาจากความผิดพลาดในระหว่างการขนส่งก๊าซ

 

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งปิดโรงงาน รวมทั้งมีการตรวจสอบการผลิตเหล็กที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. ซึ่งประเด็นนี้มีความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้ยึดอายัดเหล็กทั้งหมดไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 รวมจำนวน 2,441 ตัน มูลค่า 49.2 ล้านบาท รวมทั้งสั่งการให้เรียกเหล็กจากท้องตลาด

 

ถัดมาอีกไม่กี่เดือนเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศมีเมียนมาขนาด 8.2 ริกเตอร์ ส่งผลต่อกรุงเทพฯ และทำให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบริเวณเขตจตุจักรเกิดถล่มลงมา โดยมีการตรวจสอบบริษัทที่รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงกระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่นำเหล็กโครงสร้างจากสถานที่เกิดเหตุมาตรวจสอบมาตรฐาน มอก.รวม 7 รายการ พบว่ามี 2 รายการ ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน คือ เหล็กข้ออ้อย ขนาด 20 มิลลิเมตร และเหล็กข้ออ้อย ขนาด 32 มิลิลเมตร ซึ่งเป็นเหล็กที่ผลิตจากโรงงานบริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด

 

 

เหตุการณ์ดังกล่าวนำมาสู่ข้อเสนอของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการให้มีการเพิกถอนสิทธิประโยชน์ส่งเสริมกรลงทุนของ BOI ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับสิทธิประโยชน์จากหลายโครงการ เช่น มีโรงงานเหล็กแผ่นรีดเย็น กำลังการผลิต 0.45 ล้านตันต่อปี , โรงงานเหล็กเคลือบ กำลังการผลิต 2.03 ล้านตันต่อปี และโรงงานเหล็กท่อ กำลังการผลิต 1.7 ล้านตันต่อปี

ถึงแม้ว่าข้อเสนอการขอให้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของ BOI เมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568 จะติดปัญหาเกี่ยวกับการออกใบรับรอง มอก.ให้บริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด จนต้องเลือกการปรับชุม BOI ออกไป แต่กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีความพยายามที่จะให้ยกเลิกสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน

 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การตรวจสอบบริษัทซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เพิ่มเติมนอกเหนือจากการตรวจสอบตามกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม และกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีการตรวจสอบกรณีการลักลอบนำเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานหรือไม่ผ่านการรับรอง มอก.