เมื่อเงินบาท “แข็งผิดปกติ”: มาตรการคุมทองช่วยธุรกิจส่งออกไทยได้แค่ไหน

เมื่อเงินบาท “แข็งผิดปกติ”: มาตรการคุมทองช่วยธุรกิจส่งออกไทยได้แค่ไหน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

23 ธ.ค 2568- กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ผนึกกำลังหารือและเตรียมออกมาตรการควบคุมการซื้อขายทองคำอย่างเข้มงวด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การนำของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ร่วมกับนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. สะท้อนถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสภาวะเงินบาทที่กำลังเผชิญอยู่ในช่วงกลางถึงปลายเดือนธันวาคม 2568 เพื่อประคองขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง มอบหมายให้กระทรวงการคลัง–ธปท.–ก.ล.ต. เดินหน้า 3 มาตรการคุมทองออนไลน์ โดยเน้นว่าเป็น “มาตรการดูแลค่าเงินบาทในภาพใหญ่” ไม่ใช่การปิดกั้นเงินทุนเข้าออกประเทศ​

สถานการณ์ค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการแข็งค่าที่น่ากังวล โดยเงินบาทแข็งขึ้นถึง 9.4% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงและรวดเร็วกว่าประเทศคู่ค้าและคู่แข่งในภูมิภาคอย่างชัดเจน ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการเก็งกำไรในตลาดทองคำ โดยเฉพาะการซื้อขายทองคำออนไลน์ ซึ่งมีการเติบโตอย่างมหาศาล และกลายเป็นช่องทางสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีมูลค่าการซื้อขายทองคำสูงถึง 2.5 แสนล้านบาทในปีเดียวกัน และที่สำคัญคือธุรกรรมเหล่านี้กระจุกตัวอยู่กับผู้ค้าทองรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งมีสัดส่วนการขายดอลลาร์สูงถึง 70% ของตลาดทั้งหมด สะท้อนการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่รุนแรง เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ทางการจึงเตรียมประกาศใช้มาตรการคุมเข้ม 3 ด้าน ได้แก่ การกำหนดให้ผู้ค้าทองคำรายงานธุรกรรมต่อกรมสรรพากร การพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการเทรดทองบนแอปพลิเคชัน และการกำหนดเพดานการเทรดทองคำ เพื่อควบคุมและลดการเก็งกำไรที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทโดยตรง

มาตรการควบคุมการซื้อขายทองคำที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องจากปัญหาเงินบาทแข็งค่าผิดปกติส่งผลกระทบในเชิงลบโดยตรงต่อภาคการส่งออกของประเทศ ทำให้สินค้าไทยมีราคาสูงขึ้นและลดขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ นายวิทัย รัตนากร ยังได้ย้ำว่าการแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงผลจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแรงกดดันเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งทำให้ประเทศไทย "แพงขึ้น" ในสายตานักลงทุนต่างชาติ การกำหนดให้มีการรายงานธุรกรรมต่อกรมสรรพากรและการพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการเทรดทองบนแอปพลิเคชัน จะช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดการเก็งกำไร และขยายขอบเขตการกำกับดูแลให้ครอบคลุมการซื้อขายทองคำในรูปแบบดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อันเป็นการอุดช่องโหว่และเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

ผู้ประกอบการส่งออกควรเร่ง “ล็อกความเสี่ยง–ปรับดีล–มองตลาด” ตั้งแต่ไตรมาส 1 เพราะภาพรวมเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งและผันผวนต่อเนื่อง

1) บริหารความเสี่ยงค่าเงินเชิงรุก
ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (hedging) เช่น สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ระยะ 3–6 เดือน สำหรับดีลที่ปิดราคาแล้ว เพื่อกันกำไรหาย 4–6% จากบาทแข็ง 
กำหนด “กรอบอัตราแลกเปลี่ยน” ภายในบริษัท เช่น ถ้าบาทแข็งเกินระดับหนึ่งให้รีบปิดดีล/ทำ hedging เพิ่ม และให้ฝ่ายการเงินติดตามค่าเงินรายวันอย่างมีระบบ

2) ปรับโครงสร้างดีลและราคาขาย
เจรจากับคู่ค้าปรับราคา หรือแบ่งความเสี่ยงร่วมกันในสัญญาระยะยาว โดยอ้างอิงการแข็งค่าของเงินบาทเทียบคู่แข่ง เช่น เวียดนามที่ค่าเงินอ่อนลง 
ปรับเงื่อนไขชำระเงิน เลือกสกุลเงินที่เสถียรกว่า หรือผูกกับตะกร้าเงิน (เช่น ใช้หยวน/ยูโรในบางตลาด) แทนพึ่งดอลลาร์เพียงสกุลเดียว

3) จัดการต้นทุน–กระแสเงินสดให้ยืดหยุ่น
เร่งเจรจาลดต้นทุนฝั่งซัพพลาย (โลจิสติกส์ วัตถุดิบ บริการประกอบ) และเลื่อน/ทยอยนำเข้าบางส่วน เพื่อใช้ประโยชน์ช่วงบาทแข็งในการซื้อนำเข้า 
วางแผนกระแสเงินสดให้รองรับดีลที่กำไรลดลงจากค่าเงิน โดยกัน buffer เผื่อค่าเงินบาทแข็งเพิ่มอีก 1–2 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจกดกำไรสุทธิลงราว 2–4%

4) มองตลาด–สินค้าใหม่ ลดการพึ่งตลาดเดียว
กระจายตลาดไปยังประเทศที่ค่าเงินอ่อนกว่าไทยหรือต้นทุนขนส่งต่ำ เพื่อชดเชยบางตลาดที่การแข่งขันด้านราคาหนักขึ้นจากบาทแข็ง 
พัฒนาสินค้าเพิ่มมูลค่า (value-added) หรือเน้นคุณภาพ/มาตรฐานเฉพาะทาง เพื่อให้มีอำนาจต่อรองราคา มากกว่าพึ่งแข่งด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

5) การสื่อสารภายใน–เตรียมทีมหน้าบ้าน
ให้ทีมขายและทีมเจรจาระหว่างประเทศเข้าใจภาพรวมค่าเงิน–นโยบายรัฐ–มาตรการคุมทอง เพื่ออธิบายเหตุผลการปรับราคา/เงื่อนไขกับคู่ค้าอย่างมืออาชีพ 
ติดตามข้อมูลจาก ธปท. กระทรวงการคลัง และสภาผู้ส่งออก/หอการค้า อย่างสม่ำเสมอ เพื่ออัปเดตแนวโน้มบาทแข็งและมาตรการใหม่ที่อาจช่วยลดภาระผู้ประกอบการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทยยุคภูมิใจไทย: ฟื้นตัวแบบประคองตัว ท่ามกลางโอกาสและโจทย์ท้าทาย

เศรษฐกิจไทยยุคภูมิใจไทย: ฟื้นตัวแบบประคองตัว ท่ามกลางโอกาสและโจทย์ท้าทาย

9 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ภายใต้รัฐบาลภูมิใจไทย เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแบบประคองตัวบนฐานเสถียรภาพทางการเมืองที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนและการไหลกลับของ Fund Flow สู่ตลาดทุนไทย นโยบาย “10 Plus” และ “คนละครึ่ง พลัส” ผสานกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจสีเขียว ช่วยเปิดโอกาสเติบโตให้กลุ่มธนาคาร ค้าปลีก เกษตร ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมใหม่ แม้ยังต้องจับตาวินัยการคลัง หนี้ครัวเรือน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ กลุ่มเซ็นทรัล เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่

ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ กลุ่มเซ็นทรัล เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่อรัฐบาลใหม่

10 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ เร่งรัฐบาลแก้วิกฤตเศรษฐกิจไทยที่ขาดยุทธศาสตร์ระยะยาว ชี้ต้องดึงมืออาชีพเข้ามาบริหาร สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน และฟื้นฟู GDP ที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

จุดเดือดภูมิรัฐศาสตร์ 2569: วิเคราะห์ฉากทัศน์สงครามและเข็มทิศยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจไทย

จุดเดือดภูมิรัฐศาสตร์ 2569: วิเคราะห์ฉากทัศน์สงครามและเข็มทิศยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจไทย

8 มีนาคม 2569

กองบรรณาธิการ

โลกกำลังเผชิญจุดเดือดภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งแต่รัสเซีย–ยูเครน ตะวันออกกลาง จีน–ไต้หวัน เมียนมา จนถึง OCA บทความนี้ถอดฉากทัศน์สงคราม ผลกระทบต่อพลังงาน โลจิสติกส์ การส่งออกไทย ค่าเงินบาท และอธิบายว่าธุรกิจไทยควรวางยุทธศาสตร์และรับมือร่วมกับมาตรการ War Room ของรัฐบาลอนุทินอย่างไรให้รอดในโลกเสี่ยงสูง

Sunday Recap 30 มิ.ย – 4 ก.ค. 2568 : สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ

Sunday Recap 30 มิ.ย – 4 ก.ค. 2568 : สรุปสถานการณ์เด่นรอบสัปดาห์ในไทยและต่างประเทศ

6 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บาทแข็ง, หุ้นผันผวน, GDP ชะลอตัว: เงินบาทแข็งค่าสุดรอบ 9 เดือน ตลาดหุ้นไทย SET ปิดที่ 1,119.94 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ กกร. ลดคาดการณ์ GDP ปี 68 เหลือ 1.5-2.0% ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ และการเมืองในประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง "แพทองธาร" หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ชั่วคราว