
เจาะวิธีคิดกลุ่ม "ซีพี" ผนึกยักษ์ใหญ่จีน เปิดศึกธนาคารไร้สาขา
20 มิถุนายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศผลการคัดเลือก Virtual Bank เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา หนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ "แอสเซนด์ มันนี่" ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของไทย แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การได้รับใบอนุญาต หากแต่เป็นกลยุทธ์เชิงลึกที่เครือซีพีใช้ในการเตรียมพร้อมสู่สนามรบใหม่นี้ โดยเฉพาะการตัดสินใจผนึกกำลังกับ "Ant International" บริษัทลูกของอาลีบาบาจากจีน เจ้าของแพลตฟอร์ม Alipay ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านรายทั่วโลก
วิสัยทัศน์เบื้องหลัง: จากค้าปลีกสู่การเงินดิจิทัล
หากมองย้อนไป การที่เครือซีพีตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ Virtual Bank ไม่ใช่การเดินทางที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากการวางแผนระยะยาวที่เริ่มต้นจากการสร้างระบบนิเวศทางการเงินผ่าน "ทรูมันนี่"
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่า ทรูมันนี่มีผู้ใช้งานลงทะเบียนกว่า 34 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและความไว้วางใจจากผู้บริโภค สิ่งนี้กลายเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ซีพีมีความพร้อมในการก้าวสู่ Virtual Bank มากกว่าคู่แข่งหลายราย
ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยให้เห็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เมื่อกล่าวว่า "เราเชื่อมั่นว่าเวอร์ชวลแบงก์จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม"
คำพูดนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์หลักของซีพีที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทำกำไร แต่เน้นการสร้าง "แพลตฟอร์มแห่งโอกาส" (Platform of Opportunity) ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับธุรกิจค้าปลีกดั้งเดิมของเครือซีพีที่เข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับ
การผนึกกำลังกับจีน: กลยุทธ์เชิงรุก
การตัดสินใจเลือก Ant International เป็นพันธมิตรหลักถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดหลายระดับ
-
ระดับแรก คือการได้มาซึ่งเทคโนโลยีชั้นนำที่ผ่านการทดสอบในตลาดขนาดใหญ่ Alipay ไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันชำระเงิน แต่เป็นระบบนิเวศทางการเงินครบวงจรที่ผ่านการพิสูจน์ความสำเร็จในตลาดจีนที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1.4 พันล้านคน
-
ระดับที่สอง คือการเข้าถึงความเชี่ยวชาญด้าน AI และ Data Analytics ที่ Ant International พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้แอสเซนด์ มันนี่สามารถประเมินความเสี่ยงและให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่ธนาคารดั้งเดิมมองข้าม โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจรายย่อย
-
ระดับที่สาม คือการสร้างสะพานเชื่อมต่อกับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดการท่องเที่ยวและการค้าขายที่สำคัญของไทย การที่ Virtual Bank ของซีพีสามารถรองรับการชำระเงินและการบริการทางการเงินแบบ cross-border จะเป็นข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันที่สำคัญ
อาวุธลับ: เครือข่ายทางกายภาพ
สิ่งที่ทำให้กลยุทธ์ของซีพีแตกต่างจากคู่แข่งคือการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายทางกายภาพที่มีอยู่แล้ว ร้าน 7-Eleven กว่า 15,000 สาขาและโลตัส กว่า 2,400 สาขา จะกลายเป็น "สาขาเสมือน" ของ Virtual Bank
กลยุทธ์นี้แก้ปัญหาสำคัญของ Virtual Bank ทั่วโลกที่ต้องเผชิญ คือการสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังมีประชากรจำนวนมากที่ต้องการการบริการทางกายภาพ

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) แอสเซนด์ มันนี่ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเข้าใจลูกค้า โดยระบุว่า "ลูกค้าสินเชื่อของเรามากกว่า 50% ได้รับการอนุมัติสินเชื่อเป็นครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากระบบการเงินแบบเดิมได้"
ตัวเลขนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโมเดลสินเชื่อที่ใช้ AI และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ซึ่งจะเป็นจุดแข็งหลักของ Virtual Bank ในอนาคต
การวิเคราะห์เชิงลึกแสดงให้เห็นว่า ซีพีมีข้อได้เปรียบหลายประการที่คู่แข่งอื่นยากจะเลียนแบบได้:
- ประการแรก คือความหลากหลายของข้อมูลลูกค้า จากการเป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีก ซีพีมีข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่สามารถนำมาวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ได้แม่นยำกว่าการใช้ข้อมูลทางการเงินแบบดั้งเดิม
- ประการที่สอง คือการมีลูกค้าฐานรากที่แข็งแกร่ง ผู้ใช้งาน 7-Eleven และโลตัส ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของ Virtual Bank ที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงิน
- ประการที่สาม คือประสบการณ์ในการบริหารจัดการระบบการชำระเงินผ่านทรูมันนี่ ทำให้มีความเข้าใจในเรื่องความปลอดภัย การป้องกันการฉ้อโกง และการควบคุมความเสี่ยงแล้ว
ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า
แม้จะมีข้อได้เปรียบหลายประการ แต่ซีพียังต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่ใช่เรื่องง่าย
- ความท้าทายแรก คือการแข่งขันกับธนาคารดั้งเดิมที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง กรุงไทย-AIS-ปตท. และ SCB X ที่ผ่านการคัดเลือกเช่นกัน ล้วนมีจุดแข็งและฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน
- ความท้าทายที่สอง คือการสร้างความเชื่อมั่นในฐานะ "ธนาคาร" การที่ซีพีมีภาพลักษณ์เป็นบริษัทค้าปลีก อาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มลังเลในการมอบความไว้วางใจด้านการเงิน
- ความท้าทายที่สาม คือการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ธปท. ที่มีความเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการฟอกเงิน
ผลกระทบต่อระบบการเงินไทย
การเข้าสู่ตลาดของ Virtual Bank นำโดยซีพีจะสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินไทยหลายประการ
- ประการแรก คือการเพิ่มการแข่งขันที่จะบีบให้ธนาคารดั้งเดิมต้องปรับปรุงบริการและลดค่าธรรมเนียม ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการมีตัวเลือกที่มากขึ้น
- ประการที่สอง คือการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินไปยังกลุ่มที่ถูกมองข้าม ข้อมูลที่ระบุว่าลูกค้าสินเชื่อของแอสเซนด์ มันนี่มากกว่า 50% เป็นการอนุมัติครั้งแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้าง financial inclusion
- ประการที่สาม คือการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจไร้เงินสด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศโดยรวม
มุมมองอนาคต: การแข่งขันในทศวรรษหน้า
การสำเร็จของ Virtual Bank ของซีพีจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินกลยุทธ์ที่วางไว้ภายในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้า จุดชี้ขาดสำคัญคือความสามารถในการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานที่เหนือกว่า การใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการแบบ personalized และการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มลูกค้า
หากซีพีสามารถดำเนินกลยุทธ์สำเร็จ จะไม่เพียงแต่กลายเป็นผู้นำในตลาด Virtual Bank แต่ยังอาจเปลี่ยนโฉมระบบการเงินไทยให้เป็นแบบอย่างของการพัฒนา financial technology ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเดินทางสู่การเป็น Virtual Bank ของซีพีจึงไม่ใช่เพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของระบบการเงินไทยในศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
