
รายงาน Supply Chain Financing ของซิตี้และเทรนด์การค้าโลกยุค AI
20 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
การค้าโลกกำลังเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่จากความผันผวนภาษี การใช้ AI และการกระจายห่วงโซ่อุปทานแบบภูมิภาค แต่โดยรวมยังแข็งแกร่ง ธุรกิจต้องเน้นกระจายความเสี่ยงและรีดีไซน์ซัพพลายเชน
-
อาเซียนโดยเฉพาะประเทศไทยถูกดันเป็น “ดาวรุ่ง” และฮับซัพพลายเชนแห่งใหม่ มีองค์กรใหญ่ทั่วโลกส่วนหนึ่งเลือกย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคนี้ สะท้อนบทบาทเชิงกลยุทธ์ของไทยในห่วงโซ่การค้าโลก
-
ผู้ประกอบการไทยและ SMEs ต้องเร่งลงทุนและประยุกต์ใช้ AI ปรับระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้ยืดหยุ่น กระจายความเสี่ยงด้านแหล่งวัตถุดิบ/การผลิต และติดตามข้อเสนอเรื่อง “ภาษี AI” ที่อาจกระทบต้นทุนและโมเดลธุรกิจในอนาคต
ซิตี้ (Citi) เผยรายงาน Supply Chain Financing ชี้การค้าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่จากมาตรการภาษี, AI และการกระจายห่วงโซ่อุปทาน ภูมิภาคอาเซียนและ ประเทศไทย ถูกยกเป็นดาวรุ่งและ ฮับซัพพลายเชนแห่งใหม่ ที่ 17% ของธุรกิจใหญ่ทั่วโลกเลือก ผู้ประกอบการไทยจึงควรคว้าโอกาส ปรับตัวรับ เทรนด์ AI และบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อความได้เปรียบ
ซิตี้ (Citi) ได้เปิดเผยรายงาน Supply Chain Financing ฉบับล่าสุดในชื่อ "Durable Global Trade in the Age of AI" ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ทิศทางการค้าโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของมาตรการภาษีระหว่างประเทศ การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานให้มีความเป็นภูมิภาคและกระจายศูนย์มากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจทั่วโลก
ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ การค้าโลกยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวผ่านกลยุทธ์การ กระจายความเสี่ยง และการ ยกเครื่องห่วงโซ่อุปทานใหม่ ทั้งนี้ รายงานยังได้ชี้ถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาค อาเซียน ที่ถูกมองว่าเป็น "ดาวรุ่ง" ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทย ที่ติดโผเป็นหนึ่งใน ฮับกระจายซัพพลายเชนแห่งใหม่ และเป็นจุดหมายที่ 17% ขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลกเลือกสำหรับการย้ายฐานการผลิต ซึ่งตอกย้ำถึงศักยภาพและบทบาทเชิงกลยุทธ์ของประเทศในเวทีการค้าโลก
สำหรับ ผู้ประกอบการไทย และ SMEs นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องเตรียมความพร้อมและปรับกลยุทธ์ ภาวะที่ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ฮับซัพพลายเชนแห่งใหม่ เปิดประตูสู่โอกาสในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายการค้าและพันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก แต่ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้มีการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
การทำความเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับ เทรนด์ AI รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการและระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายและเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาส การกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และการกระจายสินค้า จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนและสร้างความคุ้มค่าสูงสุดให้กับธุรกิจในระยะยาว นอกจากนี้ ข้อเสนอจาก Citrini Research ผู้ร่วมเขียนรายงาน ที่ให้พิจารณาเก็บ ภาษี AI เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้ประกอบการควรจับตาและทำความเข้าใจถึงนัยยะที่อาจเกิดขึ้นต่อต้นทุนและรูปแบบธุรกิจในอนาคต






