
Sunday Recap 14-19 ก.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
19 กรกฎาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
บสย. ค้ำสินเชื่อ SMEs กว่า 2 หมื่นราย พร้อมเปิดมาตรการพิเศษ 5,000 ล้าน ธอส. รีไฟแนนซ์บ้านดอกเบี้ยต่ำ 0.99% ลดภาระหนี้ครัวเรือน ขณะที่สมาคมแฟคตอริ่งเสนอ 4 ข้อช่วย SMEs เข้าถึงทุน ด้าน “วิทัย รัตนากร” ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ ครม. ดันไทยเป็น Financial Hub แต่ ธปท. เตือนเสี่ยงฟอกเงิน 3 แบงก์ใหญ่ไทยปรับระบบแอปฯ เพิ่มความปลอดภัย และ ทรัมป์รับรอง Stablecoin หนุนคริปโต
1. บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ SMEs กว่า 2 หมื่นราย
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ค้ำประกันสินเชื่อรวมกว่า 19,000 ล้านบาท ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น พร้อมเดินหน้ามาตรการพิเศษอีก 5,000 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง
มาตรการพิเศษนี้อยู่ภายใต้โครงการ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” โดยแบ่งออกเป็น 2 ผลิตภัณฑ์หลัก:
-
SMEs Power Trade & Biz
- วงเงินค้ำประกัน: 3,000 ล้านบาท
- ค้ำประกันต่อราย: 500,000 – 10,000,000 บาท
- เหมาะสำหรับ: ผู้ส่งออก, ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า, ปัญหาซัพพลายเชน, ภาวะเศรษฐกิจ
-
SMEs Micro Biz
- วงเงินค้ำประกัน: 2,000 ล้านบาท
- ค้ำประกันต่อราย: 10,000 – 500,000 บาท
- เหมาะสำหรับ: พ่อค้าแม่ค้า, ค้าขายออนไลน์, อาชีพอิสระ, Micro SMEs ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
2. ธอส. เปิดรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ ปีแรกไม่ถึง 1%
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัวโครงการรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ “สินเชื่อบ้านสุขสันต์ ปี 2568” โดยเสนออัตราดอกเบี้ยปีแรกต่ำกว่า 1% เพื่อช่วยประชาชนที่มีภาระหนี้สูงให้สามารถบริหารจัดการการเงินได้ดีขึ้น
- อัตราดอกเบี้ยปีแรกเพียง 0.99% ต่อปี
- ปีที่ 2: 3.50% ต่อปี ปีที่ 3: 4.20% ต่อปีเฉลี่ย: ลูกค้าสวัสดิการ: MRR - 1.00% ลูกค้ารายย่อย: MRR - 0.50% กรณีซื้ออุปกรณ์/ชำระหนี้อื่น: MRR (ปัจจุบัน MRR = 6.495%)
- 3 ปีแรก: 2.90% ต่อปี
- ปีที่ 4 เป็นต้นไป
3. SMEs เสนอ 4 ข้อผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงิน
สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจแฟคตอริ่งเสนอ 4 ข้อเพื่อช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเน้นการลดข้อจำกัดด้านเอกสารและการประเมินความเสี่ยง พร้อมเตือนผลกระทบจากภาษีทรัมป์ต่อซัพพลายเชนผู้ส่งออกไทย ได้แก่
1. ปรับเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง เสนอให้สถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงของ SMEs ให้เหมาะสมกับบริบทธุรกิจขนาดเล็ก เช่น การใช้ข้อมูลทางธุรกิจแทนงบการเงินที่อาจไม่สมบูรณ์ เพื่อให้ SMEs ที่ไม่มีงบการเงินมาตรฐานสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
2. ลดข้อจำกัดด้านเอกสาร เสนอให้ลดความซับซ้อนของเอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ โดยเฉพาะในกลุ่ม Micro SMEs หรือผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีระบบบัญชีครบถ้วน เช่น อนุญาตให้ใช้ใบสั่งซื้อหรือใบส่งของเป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อแฟคตอริ่ง
3. ส่งเสริมการใช้แฟคตอริ่งในห่วงโซ่อุปทาน ผลักดันให้ธุรกิจขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถใช้ใบแจ้งหนี้หรือใบสั่งซื้อเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อแฟคตอริ่ง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินทุนที่คล่องตัวมากขึ้น
4. จัดตั้งกองทุนร่วมภาครัฐ-เอกชน ให้จัดตั้งกองทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนสินเชื่อแฟคตอริ่งโดยเฉพาะสำหรับ SMEs ที่มีศักยภาพแต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยให้รัฐเข้ามาช่วยแบ่งเบาความเสี่ยงบางส่วน
4. “วิทัย รัตนากร” ว่าที่ผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่
ภาคเอกชนคาดหวังว่า “วิทัย รัตนากร” จะเข้ามาเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ โดยมีภารกิจสำคัญในการลดดอกเบี้ยนโยบาย ดูแลค่าเงินบาท และปลดล็อกหนี้ครัวเรือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ
วิทัย รัตนากร อายุ 54 ปี เป็นผู้มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และเป็นหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 25 วิทัยจบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์จากธรรมศาสตร์ และปริญญาโท 3 ใบ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์การเมืองและกฎหมายธุรกิจจากจุฬาฯ และการเงินจาก Drexel University สหรัฐฯ เขาเป็นผู้ผลักดันแนวคิด “ธนาคารเพื่อสังคม” เพื่อให้ประชาชนฐานรากเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ
5. ไทยเดินหน้าสู่ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค แต่ ธปท. เตือนเสี่ยงฟอกเงิน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางการเงิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Financial Hub ในระดับภูมิภาค หวังดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบการเงินไทย โดยจะมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการเงิน พร้อมสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและกฎระเบียบที่เอื้อต่อธุรกิจการเงินระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงความกังวลว่า หากไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด การเปิดเสรีทางการเงินอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการฟอกเงินหรือสนับสนุนการก่อการร้ายทางการเงินได้ พร้อมเสนอให้มีระบบตรวจสอบธุรกรรมข้ามพรมแดนที่โปร่งใสและเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล
6. ธนาคารใหญ่ปรับระบบดิจิทัลเข้ม! เพิ่มความปลอดภัยผู้ใช้งานแอปฯ ธนาคาร
ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทย ได้แก่ ไทยพาณิชย์ (SCB), กสิกรไทย (KBank), และกรุงไทย (Krungthai) ได้ประกาศปรับปรุงระบบแอปพลิเคชันธนาคารดิจิทัล เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมของผู้ใช้งาน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้:
- SCB แจ้งชื่อไม่ตรงกับซิม ใช้แอป SCB EASY ไม่ได้
ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศว่า ผู้ใช้งานแอป SCB EASY จะต้องมีชื่อผู้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ตรงกับชื่อในระบบธนาคารเท่านั้น หากไม่ตรงกันจะไม่สามารถใช้งานแอปได้ เพื่อป้องกันการสวมรอยและเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์
- กรุงไทยไม่รองรับ Android ต่ำกว่าเวอร์ชัน 10
ธนาคารกรุงไทยประกาศว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ แอปพลิเคชันของธนาคารจะไม่รองรับระบบปฏิบัติการ Android ที่ต่ำกว่าเวอร์ชัน 10 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากภัยคุกคามไซเบอร์ และสนับสนุนการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ต้องการระบบที่ทันสมัย
- กสิกรไทยปิดแอป K PLUS ชั่วคราว 3 ชั่วโมง
ธนาคารกสิกรไทยแจ้งว่าจะมีการปิดปรับปรุงระบบแอป K PLUS เป็นเวลา 3 ชั่วโมงในวันที่ 20 กรกฎาคม เพื่ออัปเดตระบบให้มีความเสถียรและปลอดภัยมากขึ้น โดยแนะนำให้ลูกค้าทำธุรกรรมล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ
7. ทรัมป์ลงนามกฎหมาย Stablecoin ดันคริปโตสู่กระแสหลัก ผู้ประกอบการไทยควรจับตา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามรับรองกฎหมาย “GENIUS Act” เพื่อกำกับดูแล Stablecoin อย่างเป็นทางการ โดยกำหนดให้ผู้ออกเหรียญต้องมีสินทรัพย์สภาพคล่องค้ำประกัน เช่น เงินดอลลาร์หรือพันธบัตรรัฐบาล และต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเป็นรายเดือน กฎหมายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันคริปโตเคอร์เรนซีเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักของสหรัฐฯ พร้อมตั้ง “กองทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เพื่อเสริมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัล หาก Stablecoin ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือส่งออกอาจสามารถใช้ Stablecoin เป็นช่องทางชำระเงินที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ
หาก Stablecoin ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือส่งออกอาจสามารถใช้ Stablecoin เป็นช่องทางชำระเงินที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำ
พยากรณ์อากาศประเทศไทย สัปดาห์หน้า (21–27 กรกฎาคม 2568) 🌦️
ประเทศไทยจะเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนตกเพิ่มขึ้นทั่วทุกภาค และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน, ภาคกลางด้านตะวันตก, ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น
กิจกรรมที่น่าสนใจ สัปดาห์หน้า (21–27 กรกฎาคม 2568)
Regional Trade Exponential Fest 2025: มหกรรมจุดประกายการค้าระดับภูมิภาค ที่รวมทุกเนื้อหาสำคัญไว้ในวันเดียว! โดย International Institute for Trade and Development
-
วันที่: พุธที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 09:00 - 18:00 น.
-
สถานที่: Paragon Hall
-
รายละเอียด: มหกรรมจุดประกายการค้าระดับภูมิภาค ที่รวมทุกเนื้อหาสำคัญไว้ในวันเดียว! 🌍 ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากเข้าใจเทรนด์การค้าโลก 📊 อยากรู้ว่าผู้นำธุรกิจระดับภูมิภาคคิดและเดินเกมกันอย่างไร นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด! ทุก session ถูกคัดมาแล้วว่า “ต้องรู้” และ “ทันโลก” ข้อมูลเพิ่มเติมที่ จองที่นั่งผ่าน Eventpop ได้ที่: https://bit.ly/tradexponential2025
CIAME Asia 2025 - Thailand International Agricultural Machinery Exhibition
-
วันที่: 23-25 กรกฎาคม 2568
-
รายละเอียด: งานแสดงเครื่องจักรกลการเกษตรและเทคโนโลยีการเกษตรระดับนานาชาติ
-
สถานที่: Hall 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
-
ลิงก์: รายละเอียดจาก IMPACT
ASEAN Tools Expo 2025
-
วันที่: 23-25 กรกฎาคม 2568 เวลา 10:00–18:00 น.
-
รายละเอียด: งานแสดงเครื่องมือโรงงาน อุปกรณ์อุตสาหกรรม พร้อมเจรจาธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ
-
สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ, โดยจัดที่ Exhibition Hall 5-6 ชั้น LG
InfoComm Asia 2025
-
วันที่: 23-25 กรกฎาคม 2568 เวลา 09:00–18:00 น.
-
รายละเอียด: งานแสดงโซลูชันเทคโนโลยี AV ในอาเซียน นวัตกรรมธุรกิจสื่อและภาพเสียง
-
สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ASEAN Retail 2025
-
วันที่: 24-27 กรกฎาคม 2568
-
รายละเอียด: งานแสดงเทคโนโลยีและสินค้าเพื่อธุรกิจค้าปลีก อาหาร โรงแรม บาร์ และบริการครบวงจร
-
สถานที่: ไบเทค บางนา
