
ทำไมเศรษฐีโลกถึงหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ จนกระโดดขึ้น TOP 11 เมืองแพงสุดในปีเดียว?
23 กรกฎาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
"กรุงเทพมหานคร" ก้าวกระโดดขึ้นสู่อันดับ 11 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับเศรษฐี เพิ่มขึ้นถึง 6 อันดับจากปีที่ผ่านมา ตามรายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ของธนาคาร Julius Baer ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดหรูหราเอเชียและตำแหน่งใหม่ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกของผู้มีฐานะ
ปรากฏการณ์ "กรุงเทพฯ พุ่งแรง" ในเวทีโลก
ธนาคาร Julius Baer ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งของสวิตเซอร์แลนด์ เผยแพร่รายงานประจำปีที่วัดค่าครองชีพสินค้าและบริการหรูหราใน 25 เมืองสำคัญทั่วโลก พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีการเพิ่มขึ้นของอันดับมากที่สุดในเอเชีย ร่วมกับกรุงโตเกียว โดยขยับจากอันดับ 17 ในปี 2024 มาอยู่ในอันดับ 11 ของปี 2025
การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นแม้ในช่วงที่ ดัชนีราคาสินค้าหรูหราโลกลดลง 2% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี อันเป็นผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐอเมริกา
ราคาพุ่งแรงในหลากหลายหมวดสินค้า
รายงานระบุว่า ราคาสินค้าและบริการหรูหราในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 4.1% ในสกุลเงินไทย โดยสินค้าที่มีการปรับราคาสูงที่สุด ได้แก่
- โรงแรม 5 ดาว ปรับขึ้น 18.6% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรูหราและการเปิดโรงแรมแบรนด์ดังใหม่ๆ อย่าง Four Seasons, Edition และ Rosewood
- ชุดสูทผู้ชายสั่งตัด พุ่งขึ้น 17.3% จนติดอันดับ 3 แพงสุดในโลก ตามด้วย นาฬิกาหรู ที่เพิ่ม 14.7% (อันดับ 4 โลก) และ เที่ยวบินชั้นธุรกิจ ที่แพงขึ้น 13.9%
- รถยนต์หรู ซึ่งปรับราคาเพิ่ม 10.1% ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับ 3 เมืองที่มีรถหรูแพงที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สินค้าทุกประเภทที่แพงขึ้น แชมเปญ ลดราคาลง 15.6% และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี เช่น MacBook ถูกลง 20.6% ตามเทรนด์การแข่งขันและนโยบายภาษีใหม่

แผนที่ความแพงเอเชีย: ไทยแซงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในภูมิภาคเอเชีย กรุงเทพฯ กระโดดขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค รองจาก:
- อันดับ 1 โลก - สิงคโปร์ ยังคงครองแชมป์เมืองแพงสุดในโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยระบบการเงินที่แข็งแกร่งและโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์
- อันดับ 3 โลก - ฮ่องกง ตกจากอันดับ 2 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อตลาดหรูหรา
- อันดับ 6 โลก - เซี่ยงไฮ้ ล่าถอยอย่างมาก หลังจากเคยเป็นอันดับ 1 ของโลกเมื่อ 3 ปีก่อน สะท้อนผลกระทบจากนโยบายและสภาวะเศรษฐกิจจีน
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต: จากนโยบายสู่พฤติกรรมผู้บริโภค
กระแสการไหลเข้าของเงินลงทุน
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นปัจจัยสำคัญหลายประการที่ผลักดันให้กรุงเทพฯ กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเศรษฐีโลก
- นโยบายรัฐบาล อย่างโครงการ Thailand Elite, วีซ่าระยะยาว LTR (Long-term Resident) และสิทธิพิเศษจาก BOI ได้สร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ
- ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับสถานะเป็นฮับการเงินภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น
- อุปทานที่ขยายตัว จากการเปิดโรงแรมหรูหราแบรนด์ดังระดับโลก การขยายห้างสรรพสินค้าหรูหรา และการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์เนมชั้นนำ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเศรษฐีเอเชีย
การสำรวจพฤติกรรมเศรษฐี (Julius Baer Lifestyle Survey) เผยให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเศรษฐีเอเชีย 100% กำลังลงทุนดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก ในไทย เศรษฐีเพิ่มการใช้จ่ายทุกหมวด โดยเฉพาะ:
- โรงแรมหรู 65%
- เสื้อผ้าแฟชั่น 63-65%
- นาฬิกาหรู 64%
- รถยนต์ 64%
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพและศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: โอกาสและความท้าทาย
ด้านบวก: เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจ
การขึ้นแท่นเป็นจุดหมายของเศรษฐีโลกส่งผลดีหลากหลายด้าน
- อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรูหรา ได้รับอานิสงส์โดยตรง จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปหลายเท่าตัว
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ คึกคัก จากความต้องการที่อยู่อาศัยและการลงทุนของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมืองและพื้นที่ติดรถไฟฟ้า
- การจ้างงานในภาคบริการหรูหรา เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสการงานใหม่ตั้งแต่ระดับผู้ให้บริการส่วนบุคคล ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุน
- รายได้ภาครัฐ จากภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ด้านลบ: ความเหลื่อมล้ำที่กว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเป็นเมืองแพงสำหรับเศรษฐีก็มาพร้อมกับความท้าทาย
- ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ อาจทวีความรุนแรง เมื่อต้นทุนการครองชีพเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้ของคนไทยทั่วไปยังไม่เพิ่มตาม
- ปัญหาที่อยู่อาศัย สำหรับชนชั้นกลางและประชาชนทั่วไป เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ยอดนิยมปรับตัวสูงขึ้น
- การจราจรและโครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจไม่รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ฟันเฟืองการแข่งขัน: ไทย vs คู่แข่งใหญ่
เปรียบเทียบจุดแข็งจุดอ่อน
เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ ไทยมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนหลายด้าน
- เทียบกับสิงคโปร์ (อันดับ 1): แม้สิงคโปร์จะมีระบบการเงินและความมั่นคงที่เหนือกว่า แต่ไทยมีพื้นที่กว้างขวาง ค่าครองชีพที่ถูกกว่า และวัฒนธรรมที่หลากหลาย
- เทียบกับฮ่องกง (อันดับ 3): ขณะที่ฮ่องกงประสบปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง ไทยมีเสถียรภาพและนโยบายที่เป็นมิตรต่อนักลงทุน
- เทียบกับเซี่ยงไฮ้ (อันดับ 6): การที่เซี่ยงไฮ้ตกจากอันดับ 1 เมื่อ 3 ปีก่อนมาเป็นอันดับ 6 แสดงถึงโอกาสที่ไทยสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดได้
อนาคตของ "โมนาโกแห่งเอเชีย"
แนวโน้ม 2025-2026: ปัจจัยผลักดัน
ผู้เชี่ยวชาญจาก Julius Baer คาดการณ์ว่า กรุงเทพฯ มีโอกาสขึ้นสู่ท็อป 10 ในปี 2026 หากเทรนด์ปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป
ปัจจัยที่จะช่วยผลักดัน ได้แก่:
- การเปิดประเทศเต็มรูปแบบ หลังโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางและการลงทุนข้ามประเทศกลับมาคึกคักปกติ
- โครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมชั้นสูง
- การเชื่อมต่อภูมิภาค ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานขนส่งอื่นๆ
- นโยบายดิจิทัลและนวัตกรรม ที่จะดึงดูดเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี
ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
ขณะเดียวกัน มีความเสี่ยงหลายประการที่อาจส่งผลกระทบ:
- สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ อาจส่งผลต่อกระแสการลงทุนและการค้าในภูมิภาค
- ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่กำลังพัฒนาตัวเองให้เป็นจุดหมายของนักลงทุน
บทสรุป: โอกาสทองของไทย
การที่กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 11 เมืองแพงสุดในโลกสำหรับเศรษฐีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่เอเชียมีบทบาทเพิ่มขึ้น ความสำเร็จของนโยบายดึงดูดการลงทุน และการยอมรับในระดับสากลว่าไทยเป็นจุดหมายที่น่าอยู่สำหรับผู้มีฐานะ
ความท้าทายสำคัญคือการใช้โอกาสทองนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ โดยไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่มากเกินไป รัฐบาลและภาคเอกชนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนานโยบายที่สมดุล ที่ทั้งดึงดูดเศรษฐีต่างชาติและสร้างโอกาสให้กับคนไทย
การเดินทางสู่การเป็น "โมนาโกแห่งเอเชีย" เพิ่งเริ่มต้น และหากไทยสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ได้ กรุงเทพฯ อาจกลายเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในอนาคตอันไม่ไกลนี้

จัดทำจากข้อมูล Julius Baer Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ที่สำรวจราคาสินค้าและบริการ 20 รายการในเมืองสำคัญ 25 แห่งทั่วโลก และการสำรวจพฤติกรรมเศรษฐี 360 คนใน 15 ประเทศ
