
AIS และ True ยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแกร่ง ไม่กระทบเหตุเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง
23 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
AIS และ True ยืนยันว่าทราฟฟิกที่ผ่านตะวันออกกลางมีไม่เกิน 10% และมีโครงข่าย-เส้นทางสำรองเพียงพอ จึงคาดว่าอินเทอร์เน็ตไทยไม่สะดุดจากเหตุเคเบิลใต้น้ำครั้งนี้
-
ทั้งสองค่ายตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังและบริหารโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้โครงข่ายใต้น้ำหลายเส้นทางและเชื่อมต่อศูนย์กลางอย่างสิงคโปร์-ฮ่องกงเพื่อลดความเสี่ยง
-
ความมั่นคงของโครงข่ายช่วยให้ SMEs และสตาร์ทอัพไทยดำเนินธุรกิจออนไลน์ วางแผน และขยายเครือข่ายได้อย่างมั่นใจ หนุนการเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
AIS และ True Corporation ยืนยันความพร้อมและมั่นใจว่าบริการอินเทอร์เน็ตจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีโครงข่ายระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง มีเส้นทางสำรองเพียงพอ และทราฟฟิกที่ผ่านภูมิภาคดังกล่าวมีสัดส่วนน้อยเพียง ไม่เกิน 10% ของทั้งหมด การเตรียมพร้อมนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับ SMEs และธุรกิจไทย ว่าการดำเนินงานออนไลน์จะยังคงราบรื่น ไม่สะดุด
ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเคเบิลใต้น้ำระดับโลก สองผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง AIS และ True Corporation ได้ออกมายืนยันความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นว่าบริการอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ การประกาศครั้งนี้ช่วยคลายความกังวลให้กับผู้ใช้งานทุกภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจที่พึ่งพาการเชื่อมต่อดิจิทัลเป็นสำคัญ โดยทั้งสองค่ายได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจในความต่อเนื่องของการให้บริการ
โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไทยแข็งแรงด้วยเส้นทางสำรองหลากหลาย
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไทยมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นคือการพึ่งพาเส้นทางเคเบิลใต้น้ำที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภูมิภาคเดียว โดยข้อมูลชี้ว่าทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของไทยที่พาดผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นมีสัดส่วนเพียง ไม่เกิน 10% เท่านั้น นอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังได้สร้างการเชื่อมต่อกับพันธมิตรระดับโลกในศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตสำคัญอย่าง สิงคโปร์และฮ่องกง พร้อมทั้งมีระบบสำรอง (Extensive Network Redundancy) หลายเส้นทาง ทำให้ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักในจุดใดจุดหนึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยกระดับความต่อเนื่องของบริการ
ความแข็งแกร่งของโครงข่ายและความสามารถในการรับมือกับวิกฤตการณ์เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการสูงสุดและความต่อเนื่องของธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ทุกภาคส่วนหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัล AIS ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพไทย
สำหรับ ผู้ประกอบการ SMEs และ สตาร์ทอัพ ในประเทศไทยที่พึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ การสื่อสารกับลูกค้าหรือคู่ค้าในต่างประเทศ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า หรือการใช้บริการคลาวด์ต่างๆ ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์เคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง ความมั่นคงของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตช่วยให้ SMEs สามารถวางแผนและดำเนินธุรกิจออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหยุดชะงักที่เกิดจากปัจจัยภายนอก
ดังนั้น ธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่แข็งแกร่งนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเวทีสากลอย่างมีเสถียรภาพ






