
หาดทิพย์ (HTC) ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2568 และตั้งเป้าหมายการเติบโตปี 2569 พร้อมกลยุทธ์รับมือตลาด
30 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
หาดทิพย์จ่ายปันผลปี 2568 รวม 0.99 บาท/หุ้น และจะจ่ายส่วนที่เหลือวันที่ 20 พ.ค. 2569 หลังบอร์ดอนุมัติเมื่อ 4 มี.ค. 2569
-
ปี 2568 ยอดขายโตเพียง 1% จากเศรษฐกิจชะลอ แต่บริษัทย้ำยังไม่ขึ้นราคาสินค้า มุ่งบริหารต้นทุนและรักษากำลังซื้อผู้บริโภค
-
ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 3-5% แตะราว 8,500 ล้านบาท ผ่านสินค้าใหม่และเพิ่มสัดส่วนขวดแก้ว เปิดโอกาสให้ SME ในห่วงโซ่อุปทานเติบโตตาม
หาดทิพย์ (HTC) เตรียมจ่ายเงินปันผลปี 2568 รวม 0.99 บาท/หุ้น โดยจะจ่ายส่วนที่เหลือวันที่ 20 พ.ค. 2569 พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 3-5% แตะ 8,500 ล้านบาท เน้นกลยุทธ์สินค้าใหม่และขวดแก้ว หลังเผชิญเศรษฐกิจชะลอปี 2568 โตเพียง 1% การมุ่งเน้นนวัตกรรมและคงราคาสินค้า อาจเป็นโอกาสดีสำหรับ SME ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ผู้จัดจำหน่าย และร้านค้าปลีกในการขยายธุรกิจตามห่วงโซ่อุปทานของ HTC
บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่า ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 สร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เสนออนุมัติจ่ายเงินปันผลรวมในอัตราหุ้นละ 0.99 บาท ซึ่งได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.45 บาท ต่อหุ้น และส่วนที่เหลือมีกำหนดจ่ายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ภายหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในวันที่ 23 เมษายน 2569 นี้
ในด้านผลการดำเนินงาน หาดทิพย์รายงานว่าปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดขายมีการเติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น บริษัทจึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มข้น และยืนยันว่าจะยังคงไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อช่วยรักษากำลังซื้อของผู้บริโภคและฐานลูกค้าไว้
สำหรับปี 2569 HTC ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ 3-5% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 8,500 ล้านบาท กลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้คือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และการเพิ่มสัดส่วนยอดขายของผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ไปแล้วถึง 3 ผลิตภัณฑ์ รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลังระดับพรีเมียมแบรนด์ “มอนสเตอร” ที่เข้ามาเสริมทัพผลิตภัณฑ์เดิมในตลาด
การดำเนินกลยุทธ์ของหาดทิพย์นี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในหลายภาคส่วน เนื่องจากบริษัทเน้นการออกนวัตกรรมใหม่และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ขวดแก้ว ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความต้องการในห่วงโซ่อุปทาน เช่น ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์แก้วและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และโชห่วย ที่จะได้รับโอกาสในการสต็อกสินค้าใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของตน
นอกจากนี้ การที่หาดทิพย์ประกาศว่าจะยังคงรักษาระดับราคาสินค้าไว้ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยให้ SMEs ที่เป็นร้านค้าปลีกสามารถบริหารจัดการสต็อกสินค้าและกำหนดราคาขายได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาต้นทุน และช่วยให้พวกเขาสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของ หาดทิพย์ ในตลาดภาคใต้
