
การปรับตัวของธุรกิจเดลิเวอรีและ SME ในสภาวะต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น
26 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
- ต้นทุนโลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซพุ่ง 140% จากราคาน้ำมันโลก แพลตฟอร์มเดลิเวอรีปรับค่าธรรมเนียม
- SME โดยเฉพาะร้านอาหารเล็กต้องปรับราคาสินค้า 1-2 บาท (5-10%) ภายในมี.ค. เพื่อรับมือต้นทุน
- กลยุทธ์ทางเลือก เช่น รถพุ่มพวง จักรยานบรรทุกสินค้า Grab ให้อินเซนทีฟพิเศษ เพื่อลดต้นทุนและยั่งยืน
วิกฤตราคาน้ำมันโลกกำลังบีบให้ธุรกิจเดลิเวอรีและ SME ในไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ต้นทุนโลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซพุ่งสูงถึง 140% แพลตฟอร์มเดลิเวอรีเริ่มส่งสัญญาณปรับค่าธรรมเนียม ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยจำเป็นต้องพิจารณาปรับราคาสินค้า 1-2 บาท หรือ 5-10% ภายในเดือนมีนาคมนี้ การแสวงหากลยุทธ์ลดต้นทุนและการใช้โมเดลขนส่งทางเลือก เช่น "รถพุ่มพวง" หรือ "จักรยานบรรทุกสินค้า" จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญสู่ความอยู่รอดในสภาวะต้นทุนพลังงานผันผวน
ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันและพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเดลิเวอรีและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงานอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจอาหารที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และพลังงานที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน วิกฤตการณ์นี้ได้ผลักดันให้ต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับการขนส่งสินค้าอีคอมเมิร์ซพุ่งสูงขึ้นถึง 140% ทำให้เกิดคำถามว่าใครจะเป็นผู้แบกรับภาระที่แท้จริง
ผลกระทบต่อ SME และการปรับราคา
ผลกระทบนี้เห็นได้ชัดจากสัญญาณการปรับขึ้นราคาและค่าธรรมเนียมจากแพลตฟอร์มเดลิเวอรีรายใหญ่หลายราย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อร้านค้าและผู้บริโภค เนื่องจากต้นทุนการขนส่งแบบ Last-mile delivery ที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะร้านอาหารเล็กๆ คาดการณ์ว่าจำเป็นต้องทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นราว 1-2 บาท หรือคิดเป็น 5-10% ภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อให้ธุรกิจยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ในสภาวะที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนหลังแอ่น
อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มเดลิเวอรีบางรายก็เริ่มมองหาแนวทางเพื่อแบ่งเบาภาระให้กับเครือข่ายของตนเอง เช่น Grab ประเทศไทย ได้นำกลยุทธ์ Barbell Strategy มาใช้ โดยพิจารณาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น และประกาศมอบ "อินเซนทีฟพิเศษ" ให้กับคนขับและไรเดอร์ที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารและเดลิเวอรี เพื่อช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงและรักษาสมดุลของการให้บริการ
สำหรับ SME และผู้ประกอบการรายย่อย การปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน นอกจากการพิจารณาปรับราคาขายสินค้าแล้ว การสำรวจทางเลือกใหม่ๆ ในการขนส่งที่ประหยัดพลังงานมากขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ มีการเสนอไอเดียการใช้ "รถพุ่มพวง" ที่มีจุดจอดประจำในชุมชน หรือการใช้ "จักรยานบรรทุกสินค้า (cargo bike)" สำหรับการจัดส่งในระยะสั้นในซอยต่างๆ แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนน้ำมัน แต่ยังอาจสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและเชื่อมโยงกับชุมชนได้ดียิ่งขึ้น
กลยุทธ์และทางเลือกยั่งยืน
ในระยะยาว การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการค้นหานวัตกรรมในรูปแบบการดำเนินธุรกิจ จะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ SME และธุรกิจเดลิเวอรีสามารถก้าวผ่านความท้าทายจากราคาพลังงานที่ผันผวน และสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคตได้






