
ลมหายใจของกรุงเทพฯ : เมื่อเยาวชนลุกขึ้นขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อรับมือวิกฤตมลพิษ
22 มกราคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 กรุงเทพมหานครถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเมืองที่เผชิญปัญหามลพิษทางอากาศรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ได้กลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อระบบสาธารณสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยข้อมูลจากการศึกษาของกรีนพีซระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตเกือบ 30,000 คนต่อปีจากโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ซึ่งสะท้อนต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้
ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจของการลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภาคประชาชน คือ เรื่องราวของนักเรียนโรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพ (Bangkok International Preparatory & Secondary School) ผู้ที่ใช้บทบาทของตัวเองนอกห้องเรียน ด้วยการสอนไวโอลินให้เด็ก ๆ ในโรงเรียนดนตรีของชุมชนคลองเตย พื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
จากการลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เขาพบว่าเด็กจำนวนไม่น้อยมีอาการไอเรื้อรัง เป็นโรคหอบหืด และเริ่มพัฒนาไปสู่ปัญหาระบบทางเดินหายใจในระยะยาว สาเหตุหลักไม่ได้มาจากพฤติกรรมส่วนบุคคล หากแต่เป็นผลโดยตรงจากคุณภาพอากาศที่ยากจะหลีกเลี่ยงในชีวิตประจำวัน ปัญหานี้จึงจุดประกายแนวคิดในการแสวงหาทางออกที่เป็นรูปธรรม และสามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับชุมชน
ในปีที่ผ่านมา เขาเริ่มต้นพัฒนาเครื่องฟอกอากาศต้นแบบ โดยใช้แนวคิดเชิงวิศวกรรมและการออกแบบที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริง เวอร์ชันแรกให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ เวอร์ชันที่สองพัฒนาให้สามารถเปลี่ยนไส้กรองได้สะดวก ลดต้นทุนการดูแลรักษา และเวอร์ชันที่สามในปัจจุบัน ถูกยกระดับทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และความเหมาะสมต่อการใช้งานระยะยาวในครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร
จนถึงขณะนี้ เครื่องฟอกอากาศมากกว่า 60 เครื่องได้ถูกส่งมอบให้กับครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก ๆ ในชุมชน เครื่องฟอกอากาศเหล่านี้สามารถลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้อย่างมีนัยสำคัญภายในเวลาไม่กี่นาที ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในระดับครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการ คือการออกแบบกระบวนการให้ชุมชนมีส่วนร่วม โดยความร่วมมือกับมูลนิธิสุขภาพชุมชนกรุงเทพฯ ได้มีการจัดเวิร์กช็อปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับอาสาสมัครและคนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถประกอบ ดูแล และซ่อมบำรุงเครื่องฟอกอากาศได้ด้วยตนเอง แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ยังสร้างศักยภาพและความยั่งยืนให้กับชุมชนในเชิงระบบ
สำหรับปีถัดไป โครงการตั้งเป้าขยายการผลิตเครื่องฟอกอากาศเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 100 เครื่อง พร้อมเปิดระดมทุนและเชิญชวนภาคเอกชน นักธุรกิจ และผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนครั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากองค์กรขนาดใหญ่เสมอไป หากแต่สามารถเติบโตจากความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง การลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
ในยุคที่ประเด็น ESG และความยั่งยืนกลายเป็นวาระสำคัญของภาคธุรกิจ กรณีศึกษานี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่า การลงทุนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน แต่ยังเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิต และอนาคตของเมืองที่ทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกัน
ค้นพบการเดินทางของเขาและวิธีที่คุณสามารถช่วยเหลือได้ที่นี่: 👉 https://bit.ly/45dhJeY
