อนาคตการทำงาน - คู่มือสำหรับผู้นำองค์กร (ตอนที่ 8)

อนาคตการทำงาน - คู่มือสำหรับผู้นำองค์กร (ตอนที่ 8)

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

รายงานการสำรวจครั้งใหญ่ที่สุดของ Deloitte Global เกี่ยวกับ
Generation Z และ Millennial ในปี 2025

สารบัญ

ตอนที่ 1 วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง
ตอนที่ 2 การศึกษาในยุคใหม่ เมื่อปริญญาไม่ใช่คำตอบเดียว
ตอนที่ 3 AI กับการทำงาน - โอกาสหรือภัยคุกคาม?
ตอนที่ 4 รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน
ตอนที่ 5 ปัญหาสุขภาพจิต - วิกฤตเงียบของคนรุ่นใหม่
ตอนที่ 6 ผู้จัดการยุคใหม่ - เลิกควบคุม เริ่มเป็นโค้ช
ตอนที่ 7 การแสวงหาความหมาย - งานต้องมีจุดประสงค์
ตอนที่ 8 อนาคตการทำงาน - คู่มือสำหรับผู้นำองค์กร

 

เพียง 28% ของ Gen Z และ 34% ของ Millennial เป็น "Employee Promoters" ที่แนะนำบริษัทได้ แต่กลุ่มนี้มีความพึงพอใจสูงกว่าในทุกมิติ Deloitte เสนอกลยุทธ์ 5 มิติครอบคลุม พร้อมแผนปฏิบัติการระยะสั้น-กลาง-ยาว สำหรับการสร้างองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วย

รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน (ตอนจบ)

หลังจากติดตามปัญหาและความท้าทายของคนรุ่นใหม่มาตลอด 7 ตอนที่ผ่านมา ตอนสุดท้ายนี้จะสรุปข้อเสนอแนะที่ครอบคลุมสำหรับผู้นำองค์กรในการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตการทำงานที่คนรุ่นใหม่จะเป็นกำลังหลัก 74% ของแรงงานโลกภายในปี 2030

ดัชนีความสำเร็จ: Employee Promoters

ตัวชี้วัดความผูกพันขององค์กร

การสำรวจ Deloitte ประเมินความน่าจะเป็นที่ผู้ตอบจะแนะนำบริษัทของตนให้เพื่อนและครอบครัว โดยใช้สเกล 0-10 ผลการสำรวจพบว่ามากกว่า 1 ใน 4 ของ Gen Z (28%) และ 1 ใน 3 ของ Millennial (34%) ให้คะแนนสูงสุด 9-10 กลุ่ม "Employee Promoters" เหล่านี้แสดงระดับความพึงพอใจที่สูงกว่าอย่างชัดเจน

ความแตกต่างของ Employee Promoters

Gen Z Employee Promoters เทียบกับผู้ตอบทั้งหมด:

  • ค่านิยมสอดคล้องกับองค์กร: 69% vs 41%

  • พอใจกับ work/life balance: 90% vs 78%

  • สุขภาพจิตดี: 73% vs 52%

  • มีอำนาจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง: 85% vs 65%

  • พอใจกับค่าตอบแทน: 88% vs 72%

  • มีโอกาสเรียนรู้: 90% vs 77%

Millennial Employee Promoters เทียบกับผู้ตอบทั้งหมด:

  • ค่านิยมสอดคล้องกับองค์กร: 74% vs 46%
  • พอใจกับ work/life balance: 93% vs 79%
  • สุขภาพจิตดี: 80% vs 58%
  • มีอำนาจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง: 86% vs 65%
  • พอใจกับค่าตอบแทน: 91% vs 72%
  • มีโอกาสเรียนรู้: 92% vs 76%

ความแตกต่างที่ชัดเจนนี้แสดงให้เห็นว่าการสร้าง Employee Promoters ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการจัดการที่มีประสิทธิภาพในทุกมิติ

กลยุทธ์ 5 มิติสำหรับผู้นำธุรกิจ

จากผลการสำรวจ Deloitte แนะนำกลยุทธ์ 5 มิติที่ครอบคลุมสำหรับผู้นำธุรกิจ:

1. การพัฒนาผู้นำและการเรียนรู้

สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ต่อเนื่อง

  • พัฒนาระบบการเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มอาชีพจนเกษียณ

  • สร้างโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งในและนอกองค์กร

  • ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนโดยความสนใจส่วนบุคคล

ฝึกอบรมผู้จัดการให้เป็นผู้นำคนที่แท้จริง

  • เปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมเป็นโค้ชและพี่เลี้ยง

  • พัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาและการสร้างแรงบันดาลใจ

  • ฝึกการจัดการปัญหาสุขภาพจิตและความเครียดของทีม

จัดสรรเวลาเรียนรู้อย่างจริงจัง

  • กำหนดเวลาเรียนรู้โดยไม่รบกวนภาระงานประจำ

  • ชดเชยค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ภายนอกองค์กร

  • สร้างโปรแกรม mentorship และ job rotation ที่มีประสิทธิภาพ

2. การปรับปรุงระบบการสรรหาและพัฒนาคน

ทบทวนข้อกำหนดปริญญา

  • ประเมินตำแหน่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้ปริญญาจริงๆ

  • เปิดโอกาสให้คนที่มีทักษะแต่ไม่มีปริญญา

  • สร้างเส้นทางความก้าวหน้าที่หลากหลาย

พัฒนาโปรแกรมการฝึกงาน

  • ดึงดูดผู้ที่แสวงหาทางเลือกจากมหาวิทยาลัย

  • สร้างหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของตลาดงานจริง

  • ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร

เปลี่ยนการสรรหาจากประสบการณ์เป็นทักษะ

  • มุ่งเน้นที่ศักยภาพและความสามารถในการเรียนรู้

  • ใช้การประเมินทักษะจริงมากกว่าประวัติการศึกษา

  • สร้างโอกาสให้คนที่มีพื้นหลังหลากหลาย

3. การสนับสนุนความมั่นคงทางการเงิน

เสนอเงินเดือนและสวัสดิการที่แข่งขันได้

  • ทบทวนค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบัน

  • สร้างระบบโบนัสที่เป็นธรรมและโปร่งใส

  • พิจารณาการปรับเงินเดือนตามเงินเฟ้อ

สวัสดิการแบบยืดหยุ่น

  • สวัสดิการสำหรับการดูแลผู้อยู่ในอุปการะ

  • สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่ครอบคลุม

  • ความยืดหยุ่นในการทำงานและการเดินทาง

การศึกษาทางการเงิน

  • จัดโปรแกรมการวางแผนทางการเงิน

  • ให้คำปรึกษาเรื่องการลงทุนและการเกษียณ

  • สร้างแผนการออมที่องค์กรสนับสนุน

4. การส่งเสริมงานที่มีความหมาย

ชี้แจงจุดประสงค์องค์กรอย่างชัดเจน

  • สื่อสารวิสัยทัศน์และพันธกิจที่เข้าใจง่าย

  • แสดงให้เห็นผลกระทบเชิงบวกขององค์กรต่อสังคม

  • เชื่อมโยงงานประจำวันกับเป้าหมายใหญ่

ใช้ Hyper-personalization

  • เข้าใจแรงจูงใจระดับบุคคลของแต่ละคน

  • ปรับแต่งการมอบหมายงานตามความสนใจ

  • สร้างเส้นทางความก้าวหน้าที่เฉพาะเจาะจง

ยอมรับความหลากหลายของความหมาย

  • เข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนต้องหาความหมายจากงาน

  • สนับสนุนคนที่ต้องการทรัพยากรเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงนอกงาน

  • ให้โอกาสในการมีส่วนร่วมกิจกรรม CSR

5. การดูแลสุขภาวะและสุขภาพจิต

มุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา

  • จัดการสาเหตุรากเหง้าของความเครียด

  • ปรับโครงสร้างงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง

  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นมิตร

เสริมพลังผู้จัดการ

  • ฝึกผู้จัดการให้รับรู้สัญญาณของปัญหาสุขภาพจิต

  • ให้เครื่องมือในการสนับสนุนทีมที่มีปัญหา

  • สร้างระบบการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญ

สร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง

  • กำจัด stigma ในการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต

  • จัดโปรแกรมสนับสนุนสุขภาพจิตที่หลากหลาย

  • สร้างนโยบายการลาเพื่อดูแลสุขภาพจิตที่ชัดเจน

การเตรียมพร้อมสำหรับยุค AI

การพัฒนาทักษะที่สมดุล

  • ส่งเสริมการเรียนรู้ทักษะ GenAI ควบคู่กับทักษะด้านมนุษย์

  • ลงทุนในการฝึกอบรม AI literacy สำหรับทุกระดับ

  • สร้างวัฒนธรรมการทดลองและเรียนรู้จาก AI

การจัดการความกังวลของพนักงาน

  • สื่อสารแผนการใช้ AI อย่างโปร่งใส

  • ให้การรับประกันและแผนการพัฒนาทักษะ

  • สร้างโอกาสใหม่ที่เกิดจากการใช้ AI

แผนการดำเนินงานสำหรับผู้นำ

ระยะสั้น (0-6 เดือน)

  1. ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน: วัดระดับความพึงพอใจและค้นหา Employee Promoters

  2. ปรับปรุงเร่งด่วน: แก้ไขปัญหาพื้นฐานที่ส่งผลต่อความเครียดโดยตรง

  3. เริ่มโปรแกรมพัฒนาผู้จัดการ: ฝึกอบรมทักษะการเป็นโค้ช

ระยะกลาง (6-18 เดือน)

  1. ปรับปรุงระบบค่าตอบแทน: ทบทวนเงินเดือนและสวัสดิการ

  2. พัฒนาโปรแกรมสุขภาพจิต: สร้างระบบสนับสนุนที่ครอบคลุม

  3. ส่งเสริมการเรียนรู้: จัดตั้งมหาวิทยาลัยองค์กรหรือโปรแกรมการเรียนรู้

ระยะยาว (18 เดือนขึ้นไป)

  1. สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่: ฝังค่านิยมและจุดประสงค์ลึกลงไปในองค์กร

  2. พัฒนาระบบการสรรหาใหม่: ปรับปรุงกระบวนการหาคนให้สอดคล้องกับยุคใหม่

  3. วัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: ติดตามดัชนี Employee Promoters และปรับกลยุทธ์

การวัดผลความสำเร็จ

ตัวชี้วัดหลัก (KPIs)

  • Employee Promoter Score: เปอร์เซ็นต์ของพนักงานที่ให้คะแนน 9-10

  • อัตราการลาออก: โดยเฉพาะใน Gen Z และ Millennial

  • ระดับความพึงพอใจ: ในด้านต่างๆ ที่สำคัญ

  • การใช้โปรแกรมพัฒนา: อัตราการเข้าร่วมและความพึงพอใจ

ตัวชี้วัดรอง

  • อัตราการเจ็บป่วยจากความเครียด: การลาเพื่อดูแลสุขภาพจิต

  • ประสิทธิภาพการทำงาน: การบรรลุเป้าหมายและคุณภาพงาน

  • การแนะนำคนใหม่: จำนวนการ referral จากพนักงานปัจจุบัน

บทสรุป: อนาคตที่เปลี่ยนแปลงแล้ว

การสำรวจ Deloitte Global 2025 เผยให้เห็นภาพชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในโลกการทำงาน คนรุ่นใหม่ไม่ได้แค่ต้องการงานที่จ่ายดี แต่ต้องการสูตรความสุข 3 มิติ: เงิน + ความหมาย + สุขภาวะผู้นำองค์กรที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการเหล่านี้จะได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่เพียงแค่ในการดึงดูดและรักษาคนเก่ง แต่ยังในการสร้างประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่เหนือกว่าการลงทุนในการสร้าง Employee Promoters ไม่ใช่แค่การทำ HR ที่ดี แต่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญสำหรับการเติบโตและความยั่งยืนในอนาคต อนาคตการทำงานไม่ได้เป็นเรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้มนุษย์เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกองค์กรที่เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้วันนี้ จะเป็นผู้ที่เติบโตและประสบความสำเร็จในทศวรรษหน้า เมื่อคนรุ่นใหม่กลายเป็นกำลังหลักของโลกการทำงาน

จบซีรี่ส์: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน

ข้อมูลจาก Deloitte Global 2025 Gen Z and Millennial Survey ที่สำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 23,482 คน (14,751 Gen Z และ 8,731 Millennial) จาก 44 ประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม - 24 ธันวาคม 2024 รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึกระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2024 - 10 มกราคม 2025

 


หน้าหลัก > ข่าวธุรกิจ