AIS และ True ยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแกร่ง ไม่กระทบเหตุเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง

AIS และ True ยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแกร่ง ไม่กระทบเหตุเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • AIS และ True ยืนยันว่าทราฟฟิกที่ผ่านตะวันออกกลางมีไม่เกิน 10% และมีโครงข่าย-เส้นทางสำรองเพียงพอ จึงคาดว่าอินเทอร์เน็ตไทยไม่สะดุดจากเหตุเคเบิลใต้น้ำครั้งนี้​

  • ทั้งสองค่ายตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังและบริหารโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้โครงข่ายใต้น้ำหลายเส้นทางและเชื่อมต่อศูนย์กลางอย่างสิงคโปร์-ฮ่องกงเพื่อลดความเสี่ยง​

  • ความมั่นคงของโครงข่ายช่วยให้ SMEs และสตาร์ทอัพไทยดำเนินธุรกิจออนไลน์ วางแผน และขยายเครือข่ายได้อย่างมั่นใจ หนุนการเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

AIS และ True Corporation ยืนยันความพร้อมและมั่นใจว่าบริการอินเทอร์เน็ตจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีโครงข่ายระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง มีเส้นทางสำรองเพียงพอ และทราฟฟิกที่ผ่านภูมิภาคดังกล่าวมีสัดส่วนน้อยเพียง ไม่เกิน 10% ของทั้งหมด การเตรียมพร้อมนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับ SMEs และธุรกิจไทย ว่าการดำเนินงานออนไลน์จะยังคงราบรื่น ไม่สะดุด

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเคเบิลใต้น้ำระดับโลก สองผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง AIS และ True Corporation ได้ออกมายืนยันความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นว่าบริการอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ การประกาศครั้งนี้ช่วยคลายความกังวลให้กับผู้ใช้งานทุกภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจที่พึ่งพาการเชื่อมต่อดิจิทัลเป็นสำคัญ โดยทั้งสองค่ายได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจในความต่อเนื่องของการให้บริการ

โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไทยแข็งแรงด้วยเส้นทางสำรองหลากหลาย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตไทยมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นคือการพึ่งพาเส้นทางเคเบิลใต้น้ำที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภูมิภาคเดียว โดยข้อมูลชี้ว่าทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศของไทยที่พาดผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นมีสัดส่วนเพียง ไม่เกิน 10% เท่านั้น นอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังได้สร้างการเชื่อมต่อกับพันธมิตรระดับโลกในศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตสำคัญอย่าง สิงคโปร์และฮ่องกง พร้อมทั้งมีระบบสำรอง (Extensive Network Redundancy) หลายเส้นทาง ทำให้ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักในจุดใดจุดหนึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยกระดับความต่อเนื่องของบริการ

ความแข็งแกร่งของโครงข่ายและความสามารถในการรับมือกับวิกฤตการณ์เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการสูงสุดและความต่อเนื่องของธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่ทุกภาคส่วนหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัล AIS ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมในการดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ

ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และสตาร์ทอัพไทย

สำหรับ ผู้ประกอบการ SMEs และ สตาร์ทอัพ ในประเทศไทยที่พึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายออนไลน์ การสื่อสารกับลูกค้าหรือคู่ค้าในต่างประเทศ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า หรือการใช้บริการคลาวด์ต่างๆ ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์เคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง ความมั่นคงของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตช่วยให้ SMEs สามารถวางแผนและดำเนินธุรกิจออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหยุดชะงักที่เกิดจากปัจจัยภายนอก

ดังนั้น ธุรกิจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs สามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่แข็งแกร่งนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเวทีสากลอย่างมีเสถียรภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิดตำนาน 25 ปี! Telenor ประกาศขายหุ้น TRUE เกลี้ยงพอร์ต 1.2 แสนล้าน ส่งไม้ต่อ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ขึ้นแท่นคุมเบ็ดเสร็จ

ปิดตำนาน 25 ปี! Telenor ประกาศขายหุ้น TRUE เกลี้ยงพอร์ต 1.2 แสนล้าน ส่งไม้ต่อ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ขึ้นแท่นคุมเบ็ดเสร็จ

22 มกราคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

Telenor ประกาศขายหุ้น TRUE เกือบทั้งหมด 24.95% ให้ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ผ่านบริษัทตั้งใหม่ ARISE Digital Technology พร้อม Option ขายหุ้นที่เหลือใน 2 ปี สัญญาณถอนตัวจากตลาดไทย และจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ TRUE

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

20 ตุลาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-19 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด