
‘พารณ อิศรเสนาฯ’ เสาหลักอุตสาหกรรม ยึดสูตรบริหาร “เลือกคนเก่งและต้องเป็นคนดี”
2 ตุลาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา 🔗อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG และอดีตนายกสมาคมอุตสาหกรรมไทย และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บุคคลที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย
สำหรับ “พารณ” เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2470 เป็นบุตรของพระยาอิศรพงศ์พิพัฒน์ (หม่อมหลวงสิริ อิศรเสนา) และหม่อมหลวงสำลี อิศรเสนา (ราชสกุลเดิม กุญชร) สมรสกับนางบุนนาค อิศรเสนา ณ อยุธยา มีบุตร 1 คน คือ นายพิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา
“พารณ” เป็นนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับสอง ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า และด้านวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในปี ปี 2497 สำเร็จปริญญาโท Master of Science Mechanical Engineering สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา
“พารณ” มีบทบาทเป็นนายกสมาคมอุตสาหกรรมไทย คนที่ 8 ระหว่างปี 2530-2533 ซึ่งเป็นนายกคนสุดท้ายที่มีบทบาทในการยกร่าง พ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับสมาคมอุตสาหกรรมไทยเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรับหน้าที่ประธาน ส.อ.ท.คนแรก โดยมี “อานันท์ ปันยารชุน” เป็นรองประธาน ส.อ.ท.ที่มาดูแลงานต่างประเทศ
การยกร่างกฎหมายดังกล่าวทำให้สมาคมอุตสาหกรรมไทย ขึ้นมีบทบาทในลักษณะเดียวกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมี “วิษณุ เครืองาม” เข้ามาช่วยยกร่างกฎหมาย
การเข้าไปมีบทบาทในสมาคมอุตสาหกรรมไทยในปี 2517 ทำให้มีส่วนร่วมในการทำงานกับผู้ร่วมก่อตั้ง บรรเจิด ชลวิจารณ์, ถาวร พรประภา, ทวี บุณยเกตุ ในช่วงที่ที่ยังเป็นองค์กรเล็กๆ ตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีสัดส่วนต่อ GDP ไม่สูงมาก
สิ่งที่ “พารณ” ให้ความสำคัญในการทำงานมาตลอด คือ การพัฒนาคน โดยได้มีส่วนร่วมในงานบุคคลที่ครอบคลุมโครงสร้างการบริหารงานสมาคมและเงินเดือน ซึ่งเดิมอิงกับราชการทำให้ไม่สามารถจ้างคนมีฝีมือมาร่วมทำงานได้ จึงได้นำคนของเครือปูนซิเมนต์ไทย มาพัฒนาโครงสร้างการบริหารสมาคม
คนดีสำคัญต่อองค์กร “เป็นคนเก่งเป็นง่ายกว่าเป็นคนดี”
แนวคิดการดูแลเรื่องคนเกิดขึ้นจากความเชื่อว่าคนเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดขององค์กร จะต้องดูแลเอาใจใส่ตั้งแต่บุคคลนั้นเข้ามาอยู่ในองค์กรวันแรกจนวันเกษียณ จะต้องได้รับการดูแลอย่างดีเพื่อให้มีความจงรักภักดีต่อองค์กร และเมื่อเกษียณไปต้องได้รับบำเหน็จเพียงพอในการเลี้ยงชีพช่วงปลายชีวิต
“ผมเลือกคนเก่งและต้องเป็นคนดีด้วย เป็นคนเก่งเป็นง่ายกว่าเป็นคนดี คุณรับคนเก่งจากมหาวิทยาลัย เกรด 2.7 , 3.0 , 3.5 หรือ 4.0 ก็ได้ แต่ถ้าเป็นคนไม่ดีก็แย่มากมาโกงเราหมด เพราะฉะนั้นผมอยู่ที่ไหน จะพัฒนาคนให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดี” พารณ กล่าวในหนังสือตำนวนสู่ความเป็นหนึ่ง ส.อ.ท.
การทำงานในภาคอุตสาหกรรมของ “พารณ” ในช่วงดังกล่าวเผชิญความท้าทายสำคัญจากการเปลี่ยนนโยบายรัฐบาลจากอุตสาหกรรมทดแทนการนำเข้าเป็นอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลและภาคเอกชนให้ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ หลังจากที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี สนับสนุนการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า แต่เมื่อมีความชำนาญขึ้นก็ลงทุนใหม่เพื่อพัฒนาไปสู่การผลิตเพื่อการส่งออก
ช่วงดังกล่าวจะเป็นบทบาทของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2524 เป็นเวทีในการนำเสนอข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะเดียวกับ KEIDANREN ของญี่ปุ่น
คณะผู้บริหารและพนักงาน SCG ได้แสดงความระลึกถึงภายหลัง “พารณ” ได้เสียชีวิตวันที่ 29 ก.ย.2568 เมื่อเวลา 02.09 น. ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยระบุว่าเป็นผู้ทำให้อุดมการณ์ “เชื่อมั่นในคุณค่าของคน” กลายเป็นการปฏิบัติจริงที่จับต้องได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าหากเรามีคนดี คนเก่ง และมีคุณธรรม ผลประกอบการที่ดีจะตามมาเอง
รวมทั้ง “พารณ” เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ SCG ก้าวสู่เวทีสากล เชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจญี่ปุ่นและนานาประเทศ นำเทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการระดับโลกมาปรับใช้กับธุรกิจไทย สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม และวางรากฐานการพัฒนาที่มั่นคงต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ในขณะที่ ส.อ.ท.ได้แสดงความอาลัยต่อการจากไปของนายพารณว่า “ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ท่านได้อุทิศแรงกายและแรงใจ เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยท่านเป็นแบบอย่างของความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ และการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม”
24 ปี ใน SCG สร้างองค์กรเป็น Benchmark
การทำงานของ “พารณ” ตลอดช่วงเวลา 24 ปี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเครือปูนซิเมนต์ไทย (SCG) เป็นผู้นำองค์กรสูงสุดคนที่ 8 ของ SCG โดยหลังจากจบการศึกษาปริญญาโทได้ทำงานเป็นวิศวกรในหลายบริษัทจนกระทั่งเข้ามาทำงานที่ SCG ในตำแหน่งผู้บริหารระดับกลาง ดังนี้
- ปี 2512 ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
- ปี 2519 ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
- ปี 2527 รองผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
- ปี 2528-2535 กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด
กรมกิจการผู้สูงอายุได้รวมรวมข้อมูลเนื่องในโอกาสวัสผู้สูงอายุแห่งชาติปี 2557 โดยระบุว่านายพารณเริ่มต้นทำงานเป็นวิศวกร บริษัท เยนเนอรัลอิเลคทริค จำกัด สหรัฐอเมริกา ตามด้วยบริษัทกมลสุโกศล จำกัด รวมถึงบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เป็นเวลา 12 ปี ก่อนที่จะมาร่วมงานกับ SCG
การทำงานที่ SCG นายพารณ เป็นที่ยอมรับระดับประเทศ ในการกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรไว้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ธุรกิจเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก ทำให้ SCG เป็น Benchmark ให้ทุกภาคส่วนขอเข้าศึกษาดูงาน
นายพารณ ได้สนใจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีแนวคิดการพัฒนาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนถึงอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษาและพัฒนาคนไทยในทุกสังคมทั้งชาวนาที่มีหนี้จะเป็นผู้นำชุมชน โดยนายพารณได้พัฒนาชุมชนบ้านสามขา จ.ลำปาง ได้ใช้แนวคิดใช้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รวมทั้งนายพารณ ได้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนดรุณสิขาลัย โดยนำนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ นำทฤษฎี การเรียนรู้แนว constructionism มาสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างสรรค์ปัญญาโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางบูรณาการด้วยเทคโนโลยี วิชาการ ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นไทย ศีลธรรมจรรยา เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต บนพื้นฐานการพิจารณาสติตามวิถีพุทธ
“อยากให้คนไทยคิดเป็นทำเป็นสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เพราะองค์กรที่อยู่ได้อย่างมั่นคงและยิ่งยืนในระยะยาว ต้องเป็นองค์กรที่เรียนรู้ได้เร็วกว่าและเก่งกว่าคู่แข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐหรือเอกชนหรือประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญมาก” นายพารณ กล่าวเมื่อปี 2557
