
มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง
20 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
ศบก. ผ่อนปรนให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อเร่งการกระจายน้ำมันในภาวะตะวันออกกลางตึงเครียด พร้อมยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองพอใช้ 100 วัน
-
กระทรวงพลังงานปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร แต่ตรึงเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ SMEs ขนส่งเพิ่มขึ้น ต้องพิจารณาปรับราคาหรือรับต้นทุนเอง
-
SMEs ควรบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพ เช่น วางแผนเส้นทาง ดูแลรถให้ประหยัดน้ำมัน และพิจารณาใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง B20 เพื่อความยั่งยืนระยะยาว
ศบก. เร่งออกมาตรการกระจายน้ำมันทั่วประเทศ พร้อมผ่อนปรนการขนส่ง 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันที่อาจไม่ทันท่วงที ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง ด้านนายกฯ ยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอ 100 วัน แม้กระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร ตรึงเพดานไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ส่งผลให้ธุรกิจ SMEs ด้านขนส่งต้องปรับตัว แต่ก็มีโอกาสจากความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้น
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้เร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่อาจไม่ทันท่วงทีทั่วประเทศ แม้ว่าปริมาณน้ำมันสำรองของไทยจะเพียงพอต่อการใช้งานถึง 100 วัน ตามที่นายกรัฐมนตรียืนยัน อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์โลกและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่ง กระทรวงพลังงานจึงได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ที่ส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจและประชาชน
มาตรการผ่อนปรนขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมง หนุนความคล่องตัวของ SMEs
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านการขนส่งน้ำมัน โดยอนุญาตให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มจำนวนรถขนส่งและรอบการวิ่ง รวมถึงเปิดคลังน้ำมันตลอดเวลา เพื่อเร่งการกระจายน้ำมันจากคลังสู่สถานีบริการให้ทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น มาตรการนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับ SMEs ในภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ เพราะจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในห่วงโซ่อุปทาน ลดระยะเวลาการรอคอย และลดปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลาและมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีก 50 สตางค์ต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการตรึงเพดานราคาไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร มาตรการนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของ SMEs ที่ใช้ยานพาหนะดีเซลเป็นหลัก อาทิ รถขนส่งสินค้า รถส่งอาหาร หรือรถบริการต่างๆ โดยตรง ธุรกิจอาจต้องพิจารณาทางเลือกในการปรับโครงสร้างราคาค่าบริการ หรือแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นเองหากไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้
แนวทางที่ SMEs ควรปรับตัวรับความผันผวนของราคาน้ำมัน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในอนาคต SMEs ควรพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างรอบคอบ เช่น การวางแผนเส้นทางการขนส่งให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การบำรุงรักษายานพาหนะให้ประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญคือการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอื่น ๆ ที่รัฐบาลส่งเสริม เช่น B20 ซึ่งมีราคาต่ำกว่า หรือพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว การปรับตัวและแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญให้ SMEs สามารถก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้






