ยุโรปกับศักยภาพที่ซ่อนอยู่: เหตุผลที่ยังไม่เป็นผู้นำเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค

ยุโรปกับศักยภาพที่ซ่อนอยู่: เหตุผลที่ยังไม่เป็นผู้นำเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

รายงานพิเศษ: ศักยภาพที่ซ่อนอยู่และกำแพงที่มองไม่เห็น เหตุใดทวีปยุโรปจึงยังไม่ใช่ผู้นำด้านเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค

แม้ว่ายุโรปจะเคยเป็นดินแดนแห่งนวัตกรรมและเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลกมากมาย ตั้งแต่ยุคบุกเบิกคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค (Consumer Tech) ชื่อของบริษัทจากยุโรปกลับไม่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดเท่าคู่แข่งจากสหรัฐอเมริกาและเอเชีย รายงานฉบับนี้จะพาไปสำรวจถึงศักยภาพที่ยุโรปมี ปัญหาที่ฉุดรั้ง และทิศทางในอนาคตของทวีปที่ไม่เคยหยุดนิ่งแห่งนี้
 

ภาพสะท้อนปัจจุบัน: ความแตกต่างที่ชัดเจนในเวทีโลก

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเชิงสถิติ จะเห็นภาพความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ในบรรดา 20 เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมสูงสุดทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นของสหรัฐอเมริกา และไม่มีชื่อของบริษัทจากยุโรปติดอันดับเลย ยิ่งไปกว่านั้น หากเปรียบเทียบมูลค่าตลาด ในปี 2024 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 7 แห่งของสหรัฐฯ มีมูลค่ารวมกันมหาศาลถึง 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ 11 บริษัทชั้นนำของยุโรปมีมูลค่ารวมกันเพียง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
 

ศักยภาพที่ไม่ได้หายไปไหน

ถึงแม้ตัวเลขในตลาดเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคจะดูน่าเป็นห่วง แต่ยุโรปยังคงมีจุดแข็งและศักยภาพที่แข็งแกร่งในหลายมิติ:

  • รากฐานด้านอุตสาหกรรมและวิศวกรรม: ยุโรปมีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมที่มีความแม่นยำสูงและวิศวกรรมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ (BMW, Mercedes) การบินและอวกาศ (Airbus) หรือพลังงานหมุนเวียน
  • การศึกษาและการวิจัย: ด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Oxford และ Cambridge และการลงทุนมหาศาลในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ถึง 381.4 พันล้านยูโรในปี 2023 รวมถึงโครงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง CERN ทำให้ยุโรปเป็นแหล่งบ่มเพาะองค์ความรู้ที่สำคัญ
  • คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตที่ดี การดูแลสุขภาพถ้วนหน้า และระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ

ความสำเร็จในตลาดเฉพาะทางและซอฟต์แวร์องค์กร: ยุโรปยังคงเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะในตลาด B2B (Business-to-Business) ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของทวีป บริษัทเหล่านี้อาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค แต่เป็นกำลังสำคัญในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ตัวอย่างที่โดดเด่นได้แก่:

  • SAP (เยอรมนี): ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์การจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่เป็นเหมือนกระดูกสันหลังของธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่ง และมี ERP ที่เหมาะกับองค์กรทุกขนาดเช่น SAP Business One ที่พัฒนาสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ SAP)
     
  • Dassault Systèmes (ฝรั่งเศส): ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์การออกแบบ 3 มิติที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการบิน (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Dassault Systèmes )
     
  • Amadeus IT Group (สเปน): ผู้ให้บริการเทคโนโลยีหลักสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก  (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Amadeus IT Group )
     
  • Spotify (สวีเดน): หนึ่งในตัวอย่างน้อยชิ้นของบริษัท Consumer Tech จากยุโรปที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Spotify )
     

กำแพงที่มองไม่เห็น: อุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโต

 4 สาเหตุหลักที่ทำให้ยุโรปยังไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคได้:

  1. ภาวะสมองไหล (Brain Drain): ผู้ประกอบการและคนเก่งจำนวนมากเลือกที่จะย้ายไปเริ่มต้นธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีระบบนิเวศที่เอื้ออำนวย วัฒนธรรมที่เปิดกว้างต่อการระดมทุน และกล้าที่จะเสี่ยงมากกว่า
     
  2. ตลาดที่แตกแยก: แม้จะเป็นสหภาพยุโรป แต่สตาร์ทอัพยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากระบบกฎหมายที่แตกต่างกัน 27 ระบบ ภาษาทางการ 24 ภาษา และกฎระเบียบที่หลากหลาย ซึ่งทำให้การขยายธุรกิจ (Scaling) เป็นไปได้ยากกว่าตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ หรือจีน
     
  3. กฎระเบียบที่เข้มงวด: แม้กฎระเบียบอย่าง GDPR จะสร้างมาตรฐานด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลระดับโลก แต่มันก็สร้างต้นทุนและภาระให้กับสตาร์ทอัพขนาดเล็กที่ต้องปฏิบัติตามกฎเหล่านี้
     
  4. วัฒนธรรมการลงทุนที่ระมัดระวัง: นักลงทุนในยุโรปมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังและไม่กล้าเสี่ยงกับแนวคิดใหม่ๆ ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ ทำให้สตาร์ทอัพในยุโรปได้รับการระดมทุนน้อยกว่าคู่แข่งในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
     

ก้าวต่อไปของยุโรป: จากผู้คุมกฎสู่ผู้สร้าง

ยุโรปกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อทวงคืนความเป็นผู้นำในเวทีเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นไปที่:

  • การลงทุนในเทคโนโลยีหลัก: ผ่านโครงการ European Chips Act ด้วยงบประมาณกว่า 43 พันล้านยูโร เพื่อสร้างความมั่นคงและลดการพึ่งพาการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากนอกทวีป
     
  • พลังแห่งการเป็นผู้คุมกฎ (Brussels Effect): ยุโรปใช้ความแข็งแกร่งด้านกฎระเบียบให้เป็นประโยชน์ โดยกฎหมายอย่าง Digital Markets Act (DMA) และ AI Act ไม่เพียงแต่บังคับใช้ในยุโรป แต่ยังกลายเป็นมาตรฐานที่บริษัททั่วโลกต้องปฏิบัติตาม
     
  • ส่งเสริมนวัตกรรมระดับภูมิภาค: หลายประเทศเริ่มมีนวัตกรรมที่น่าสนใจ เช่น เอสโตเนียที่พัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ หรือฝรั่งเศสที่สร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพด้านสุขภาพดิจิทัลที่แข็งแกร่ง

ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การเป็นเพียง "ผู้คุมกฎ" นั้นเพียงพอแล้วหรือไม่ หรือยุโรปจำเป็นต้องกลับมาเป็น "ผู้สร้าง" เทคโนโลยีด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทิศทางในอนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ายุโรปจะสามารถทลายกำแพงที่มองไม่เห็นและปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้สำเร็จหรือไม่

 

ทิ้งท้ายสำหรับประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านต้นทุนเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์เมื่อเทียบกับยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา การวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาด้านนี้ไม่ให้ล้าหลังในยุคที่เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของโลกจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เราอาจไม่ได้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แต่เราต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยมองดูโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้าเลือนหายไป

ดังนั้น ประเทศไทยควรพิจารณายุทธศาสตร์ที่เน้นการปรับตัวและสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของเราเอง แทนที่จะพยายามเป็นผู้นำในทุกด้าน ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านเทคโนโลยี โดยส่งเสริมการศึกษา STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับแรงงานทุกระดับ นอกจากนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม เช่น การลดอุปสรรคทางกฎระเบียบ การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ

นอกจากนี้ การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ จะช่วยสร้างจุดแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ การส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สและเทคโนโลยีต้นทุนต่ำก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง

ท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศไทยต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ความมุ่งมั่นในการลงทุน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เราสามารถปรับตัวและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน แม้เราอาจจะไม่ได้เป็นผู้นำ แต่เราก็สามารถเป็นผู้ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง


ที่มา https://youtu.be/rSTrXfu_vJw?si=KEhmHLoeT7jGiMGT