“ลดค่าโอน-จำนอง 2568” เหลือ 0.01% มาตรการปลุกอสังหาฯ-เพิ่ม GDP

“ลดค่าโอน-จำนอง 2568” เหลือ 0.01% มาตรการปลุกอสังหาฯ-เพิ่ม GDP

กฎหมายใหม่ / นักกฎหมาย / นักเขียน

มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 8 เมษายน 2568 มีมติเห็นชอบ "มาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย" ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมุ่งหวังบรรเทาภาระให้กับประชาชนและกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซบเซา มาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้านและคอนโดอย่างมีนัยสำคัญ

 

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า มาตรการนี้ครอบคลุมการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จากเดิม 2% เหลือเพียง 0.01% และลดค่าจดจำนองจากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับบ้านและคอนโดที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท

 

ผู้ซื้อประหยัดเงินได้มาก

 

หากเปรียบเทียบการซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท ตามมาตรการเดิม ผู้ซื้อต้องจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ถึง 100,000 บาท (2%) แต่ด้วยมาตรการใหม่นี้ ผู้ซื้อจะจ่ายเพียง 500 บาท (0.01%) เท่านั้น

 

ในส่วนของการจำนอง หากกู้เงิน 4 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าจดจำนอง 40,000 บาท (1%) ลดเหลือเพียง 400 บาท (0.01%) ซึ่งรวมแล้วผู้ซื้อจะประหยัดเงินได้ถึง 139,100 บาท

เงื่อนไขและคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ

 

มาตรการนี้มีเงื่อนไขสำคัญที่ประชาชนควรทราบ ได้แก่

  • ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
  • อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในข่ายได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมอาคาร และห้องชุด
  • ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท
  • วงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา
  • ไม่รวมถึงการขายเฉพาะส่วน

 

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้หลังจากผ่านมติครม.แล้ว จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569

คาดหนุนเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง

 

กระทรวงการคลังประเมินว่า แม้มาตรการนี้จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูญเสียรายได้ราว 20,014.65 ล้านบาท แต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม โดยคาดการณ์ว่าจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าประมาณ 537,303.88 ล้านบาทต่อปี

 

นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มการบริโภคภายในประเทศประมาณ 88,690.22 ล้านบาทต่อปี เพิ่มการลงทุนราว 303,434.15 ล้านบาทต่อปี และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.06 ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารโลกเตือน: เศรษฐกิจไทยถึงทางตัน นี่คือ 8 ทางออกที่จะพลิกโฉมธุรกิจ

ธนาคารโลกเตือน: เศรษฐกิจไทยถึงทางตัน นี่คือ 8 ทางออกที่จะพลิกโฉมธุรกิจ

24 มีนาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ถอดรหัสรายงานธนาคารโลก ทางออกสู่ประเทศรายได้สูงที่ทุกธุรกิจต้องรู้ ทลายกำแพงประเทศรายได้ปานกลาง: เมื่อการเติบโต 2.6% เป็นสัญญาณอันตราย และแผนปฏิรูป SMEs ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยตลอดกาล

วิกฤตศักยภาพเศรษฐกิจไทย IMF-เวิลด์แบงก์ วิเคราะห์รากเหง้าปัญหาและทางออก

วิกฤตศักยภาพเศรษฐกิจไทย IMF-เวิลด์แบงก์ วิเคราะห์รากเหง้าปัญหาและทางออก

12 กุมภาพันธ์ 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เจาะลึกวิกฤตเศรษฐกิจไทยจากรายงาน IMF และธนาคารโลก พบการเติบโตต่ำสุดในอาเซียนที่ 2.7% เสี่ยงถูกฟิลิปปินส์-เวียดนามแซงในปี 2571 พร้อมวิเคราะห์รากเหง้าปัญหาและแนวทางปฏิรูปเชิงโครงสร้าง จากการกระจายอำนาจสู่เมืองรองถึงการพัฒนาทุนมนุษย์

อย่างไรถือว่าครอบครองโดยสงบ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๘๒

อย่างไรถือว่าครอบครองโดยสงบ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๘๒

27 มิถุนายน 2568

ผศ.ดร. สมหมาย จันทร์เรือง / นักเขียน กฎหมายใหม่

การได้มาซึ่งการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรมถ้ามิได้จดทะเบียน มีให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว