รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผย 3 แผนยกระดับ SME ไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเผย 3 แผนยกระดับ SME ไทย

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • กระทรวงการคลังเดินหน้า 3 แผนยุทธศาสตร์ “เปิดตลาด–เติมทุน–เร่งทรานส์ฟอร์ม” เพื่อยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของ SME ไทยในระยะยาว.​

  • ใช้กลไกสินค้า Made in Thailand ภาครัฐ และระบบ Supply Chain Financing ช่วยให้ SME เข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุนมากขึ้น เสริมสภาพคล่องและโอกาสลงทุนใหม่.​

  • มุ่งผลักดันให้ SME ทรานส์ฟอร์มด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เตรียมพร้อมรับคลื่นการลงทุนใหม่ในอาเซียน และเป็นแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผย 3 แผนยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อยกระดับขีดความสามารถของ SME ไทย ในระยะยาว ได้แก่ การ "เปิดตลาด" สนับสนุนสินค้า Made in Thailand ในภาครัฐ การ "เติมทุน" ด้วยระบบ Supply Chain Financing และการ "เร่งทรานส์ฟอร์ม" ธุรกิจให้พร้อมรับมือการลงทุนใหม่ในอาเซียน โดยมุ่งเน้นเสริมสภาพคล่อง เพิ่มโอกาส และปรับตัวสู่ความทันสมัย ให้ SME เป็นแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศถึง 3 แผนหลักเพื่อขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพของกลุ่ม SME ไทย ในงานสัมมนา FTI REINVENT THAILAND เมื่อเร็วๆ นี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการใช้ SME เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว พร้อมรับมือและคว้าโอกาสจากคลื่นการลงทุนใหม่ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในภูมิภาคอาเซียน

3 แผนยุทธศาสตร์ยกระดับ SME ไทย

แผนแรกคือการ "เปิดตลาด" ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มแต้มต่อให้กับสินค้า Made in Thailand ในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มาตรการนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงตลาดภาครัฐได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นการบริโภคสินค้าและบริการภายในประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับแผนที่สองคือการ "เติมทุน" ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาสำคัญที่ SME หลายรายเผชิญ นั่นคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยรัฐบาลจะนำระบบ Supply Chain Financing มาใช้ ซึ่งจะอาศัยความน่าเชื่อถือของบริษัทแม่หรือคู่ค้าขนาดใหญ่ในห่วงโซ่อุปทาน มาช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SME ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain นั้นๆ กลไกนี้จะช่วยให้ SME ขนาดเล็กและกลางมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เสริมสภาพคล่องและขยายการลงทุนได้ทันท่วงที

แผนสุดท้ายคือการ "เร่งทรานส์ฟอร์ม SME ไทย" ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับตัวและพัฒนาธุรกิจให้มีความทันสมัย รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว การผลักดันให้ SME นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว

เติมทุน–เร่งทรานส์ฟอร์ม เสริมแกร่งสู่การแข่งขันอาเซียน

นโยบายทั้งสามแผนนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของภาครัฐต่อความท้าทายและโอกาสของ SME ไทย โดยการจับมือร่วมกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของ SME ให้แข็งแกร่ง พร้อมเป็นผู้เล่นหลักในการแข่งขันระดับภูมิภาค และเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ภาวุธ” เสนอปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน ผ่านกรอบ Thailand Digital Transformation Framework

“ภาวุธ” เสนอปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน ผ่านกรอบ Thailand Digital Transformation Framework

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง รมว.ดีอี เสนอกรอบ Thailand Digital Transformation Framework เพื่อปฏิรูปประเทศด้วยเทคโนโลยีภายใน 4 เดือน โดยเน้นความร่วมมือรัฐ–เอกชน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม